Pioneer ดัน Rekordbox เต็มตัวส่ง DDJ-RB, DDJ-RR ลงสนามพร้อมกัน

      หากพูดถึงเครื่องเล่นดีเจแล้ว ก่อนหน้านี้อาจจะจำกัดเฉพาะมืออาชีพตามคลับและตามงานอีเว้นท์ต่างๆ แต่ตั้งแต่ที่มีคอนโทรลเลอร์ออกมา ก็มีดีเจมือใหม่ได้สัมผัสกันง่ายขึ้นและแพร่หลายขึ้น ด้วยความที่มีราคาไม่แพงมาก พกพาสะดวก มันจึงเป็นอีกทางเลือกที่นิยมของทั้งมือใหม่ที่ยังไม่อยากลงทุนมากนัก หรือมืออาชีพที่ต้องการเครื่องไว้ซ้อมเล่นที่บ้าน เครื่องเล่นคอนโทรลเลอร์ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างดี เพียงแค่มีแลปท็อปดีๆซักตัว + ลำโพงกับคอนโทรลเลอร์ ก็สามารถมิกซ์เพลงได้แล้ว ในส่วนของซอฟแวร์นั้น Traktor กับ Serato อาจจะครองพื้นที่ร่วมกันมาพักใหญ่ แต่พอไพโอเนียร์เปิดตัว Rekordbox ซอฟต์แวร์ที่ทางไพโอเนียร์พัฒนาขึ้นเองออกมานั้น ก็ได้แทรกขึ้นมาชิงพื้นที่ได้อยู่พอตัวเลย ผมเคยเขียนถึงโปรแกรม Rekordbox ไปครั้งนึงแล้ว แต่นั่นเป็นเวอร์ชั่นเก่าที่ใช้เป็นตัวจัดเก็บและจัดการไฟล์เพลงแค่นั้น แต่ในตอนนี้ได้พัฒนามาเป็นซอฟต์แวร์ดีเจแล้วครับ และทีเด็ดเลยก็คือซอฟต์แวร์ rekordbox ตัวเดียว สามารถเล่นได้กับเครื่องเล่นดีเจของไพโอเนียร์ได้ทุกรุ่นและทุกประเภท ไม่ว่าจะเล่นกับ cdj, turntable, controller เล่นได้หมด จะซ้อมกับคอนโทรลเลอร์เล่นอยู่บ้าน จะยกออกไปเล่นข้างนอกหรือจัดการไฟล์เพลง ทำเพลย์ลิสต์ใส่แฟลชไดร์ฟเอาไปเปิดกับเครื่องเล่นในคลับก็ทำได้หมด และล่าสุดทางไพโอเนียร์ก็ได้เปิดตัว DDJ-RB และ DDJ-RR เครื่องคอนโทรลเลอร์รุ่นเล็กและรุ่นกลางที่ใช้กับ rekordbox dj ออกมาแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา หน้าตาดุดันมาก ซึ่งวันนี้ขอพาท่านผู้อ่านไปรีวิวคอนโทรลเลอร์ทั้ง 2 รุ่นนี้ รวมไปถึง rekordbox dj ว่ามีฟังก์ชั่นอะไรบ้างที่เพิ่มขึ้นมา...

DDJ-RB

       สำหรับเจ้าตัวนี้จัดเป็นรุ่นเล็ก สเปกและรูปทรงคล้ายๆกับ ddj sb2 แต่มีฟังก์ชั่นและปุ่มเพิ่มขึ้นมาพอสมควรอย่างเช่นปุ่ม play และ cue ซึ่งถ้าเป็นรุ่น ddj sb2 ทั้ง 2 ปุ่มนี้จะไปฝังอยู่กับปุ่ม pad รวมกับฟังก์ชั่นอื่นๆ แทน แต่ของ ddj rb นี่แยกออกมาเลยเหมือนคอนโทรลเลอร์รุ่นอื่นๆของไพโอเนียร์ ซึ่งในส่วนของ pad นั้นก็มีฟังก์ชั่นเอฟเฟ็กต์มาให้เล่นอย่างจุใจทั้ง Hot Cues, Pad FX , Slicer และ Sampler รวมไปถึง Beat jump ด้วย อีกปุ่มนึงซึ่งเป็นลูกเล่นใหม่นั่นก็คือปุ่ม Sequence Call ที่จะเรียก Sequence ที่เราเล่นไปแล้วให้กลับมาใช้อีกครั้ง เพียงกดครั้งเดียว โดยไม่ต้องไปยุ่งกับจอคอมเลย

       อีกฟังก์ชั่นนึงที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ PC Master Out ซึ่งเปิดตัวในรุ่น ddj rb และ ddj rr เป็นครั้งแรก แต่น่าจะขยายไปในรุ่นอื่นในอนาคต เพราะเป็นฟังก์ชั่นที่ดีเจทุกคนน่าจะชอบในการเซ็ตเพลงก่อนเล่น เพราะสามารถต่อคอนโทรลเลอร์แล้วมิกซ์เพลงผ่านลำโพงคอมได้แล้วโดยไม่ต้องต่อสายออกลำโพงอีก เพียงแค่เสียบสาย usb แค่เส้นเดียว จะต่อลำโพงพ่วงจากโน๊ตบุ๊คเพื่อขยายเสียงเพิ่มก็ได้ หรือแม้กระทั่งลำโพงแบบ wireless ก็ต่อได้ ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ผมชอบที่สุดในคราวนี้เลยก็ว่าได้

       สำหรับปุ่มอื่นๆก็ไม่ได้ตัดทอนลงไปแต่อย่างใดนะครับ มีมาให้ครบ ปุ่ม gain, master, ไฟ VU meter และปุ่มต่างๆที่จำเป็น และส่วนด้านบนจะเป็นปุ่มปรับเสียงและบาร์ของเอฟเฟ็กต์ เพื่อควบคุมคู่กับแพดด้านล่าง ซึ่งในความคิดเห็นของผมเมื่อเทียบกับราคาที่ตอนนี้เปิดตัวมาที่ 8,990 บาท เท่ากับ ddj sb1 และ 2 ถือว่าคุ้มมากๆ เพราะอย่าลืมนะครับว่าเครื่องมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ rekordbox ที่วางขายอยู่ประมาณเกือบ 5 พันบาทที่เอาไปใช้กับไพโอเนียร์เครื่องอื่นๆได้หมด และถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ก็สามารถใช้ record mode ใน rekordbox อัดมิกซ์เซ็ตได้เหมือนเครื่องรุ่นกลางและรุ่นใหญ่ มันก็แทบจะครบวงจรแล้วละครับ จะมีข้อ เสียนิดเดียวจริงๆก็ตรงที่ไม่มีปุ่มสลับเป็น 4 deck นั่นหมายถึงน่าจะเล่นได้แค่ 2 deck ผมบอกว่าน่าจะเพราะตอนนี้ข้อมูลในมือยังใหม่มากๆ แค่สังเกตดูจากในรูปเท่านั้น ดีไม่ดีอาจจะมีทริกที่ทำให้เล่นได้ 4 หัวก็ได้ แต่ถึงไม่ได้แค่ 2 หัวกับเอฟเฟ็กต์ต่างๆ และช่องใส่ sampler ที่ให้มา มันไม่มีปัญหาสำหรับผมเลย ที่จะทำให้มันดูดีและมีมิติไม่ต่างจากเล่น 4 หัว

DDJ-RR

       มาถึงรุ่นกลางอย่าง ddj rr ที่รุ่นเล็กอย่าง ddj rb ปรับโฉมหน้าไปมากพอสมควรแล้วจะให้น้อยหน้าได้อย่างไรซึ่งแต่ละฟังก์ชั่นช่างยั่วกิเลสจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียงที่มีทั้ง Output อย่าง RCA และ ช่อง XLR ที่จะให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นอีกพอควรเลยทีเดียวแถมใช้ circuit ในช่อง output ของทั้ง master และ booth เป็นตัวเดียวกันกับที่ใส่ในตัวท็อปสุดของรุ่นอย่าง ddj rz ซะด้วย นอกจากนั้นยังสลับสับเปลี่ยนเป็นโหมด stand alone mixer ได้ด้วยครับ เผื่อใครอยากใช้เชื่อมต่อกับ cdj หรือ turntable (ต้องซื้อ DVS package เพิ่มในราคา 99 เหรียญ...ครับ)

       มาที่ Jog wheel ซึ่งด้านบนเป็นอลูมิเนียม วงล้อตรงกลางจะมีสีด้วย ซึ่งจะบ่งบอกสถานะการกำลังเปิดเพลงด้านที่ไฟติด เท่าที่ทราบคร่าวๆ ถ้าเล่น deck1 และ 2 ไฟจะเป็นสีฟ้า เล่น deck 3 และ 4 ไฟจะเป็นสีขาว (ไม่มีปุ่มกดสลับ deck นะครับ แต่มีสวิตช์ด้านบนให้บิดสลับไปมาเลย) กดปุ่ม slip mode ไฟจะเป็นสีแดง ประมาณนี้ครับ แต่ดูแล้วมีสีเยอะกว่านั้นน่าจะ custom สีเองได้นะครับตามความคิดผม เดี๋ยวต้องมาดูกันอีกที ส่วนด้านบนของ jog มี needle search มาให้เพื่อจะได้เสิร์ชกลับไปกลับมาในเพลงเพียงแค่ใช้ปลายนิ้ว

ในส่วนของ pad ที่อยู่ข้างล่างนั้น สามารถปรับสีได้ตาม sampler ที่เราตั้งค่าไว้ครับ ปรับสีได้ตามใจชอบ ฟังก์ชั่นต่างๆในแพดก็มี hot cue, pad fx, slicer, sampler

Sequence Load - Sequence Call

      เป็นโหมดใหม่ครับ หลังจากคลำอยู่พักใหญ่ว่ามันคืออะไรและเล่นยังไง สำหรับ Sequence load มันก็คือการไปโหลดเสียง sampler ต่างๆมาเล่นเป็นจังหวะ จะแสครชจะ ใส่เอฟเฟ็กต์อะไรก็แล้วแต่ครับ แล้วเราก็ทำการเซฟไว้โดยเซฟได้ถึง 8 รูปแบบตามแพดที่มี จากนั้นเวลาจะเอามาเล่นซ้ำก็ไปที่โหมด sequence cal โดยการกด shift+sampler จาก นั้นจะเอา pattern ไหนมาเล่นก็กดไปที่แพดนั้นได้เลยครับ

สำหรับระบบส่งไฟสามารถเลือกได้ 2 ระบบคือ ใช้ไฟเลี้ยงจาก usb หรือใช้ไฟจากอะแดปเตอร์ ซึ่งถ้าใช้ไฟจากอะแดปเตอร์ จอจะสว่างคงที่และช่วยเรื่องเสียงให้ดีขึ้นมาอีกนิดครับ

      มองโดยรวมแล้วถ้าไม่นับ 4 channal fader แล้วผมมองว่าแทบไม่ต่างกับรุ่นใหญ่เลย ฟังก์ชั่นเยอะมากในราคา 22,900 น่าจะเป็นอีกทางเลือกของมืออาชีพ ที่อยากมีเครื่องที่ไม่แพงมาก แต่คุณภาพเสียงเล่นในคลับได้ไว้พิจารณา และเหมือนกับ ddj rb ครับ ตัวนี้มาพร้อมโปรแกรม record box และก็มีฟังก์ชั่น PC Master Out ด้วย หรือถ้าใครยังคิดว่าไม่สะใจก็ยังมีอีก 2 รุ่นให้เลือกนะครับคือ ddj rx และ ddj rz ที่ออกมาก่อนหน้านี้


     ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ rekordbox สามารถไปดูได้ที่นี่ครับ https://rekordbox.com/en/products/rekordboxdj ซึ่งไพโอเนียร์ได้ลงไว้ค่อนข้างละเอียดทั้งรูปและข้อมูล เพิ่มเติมอีกนิดกับเวอร์ชั่น 4.1.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ณ ตอนนี้ ที่ปลดล็อกโหมดใหม่ให้สามารถใช้เอฟเฟ็กต์ได้กับช่องไมค์ 3-band EQ, Mic FX, talk over, และปุ่มปิด/เปิดไมค์ ได้แล้วนะครับ และใช้ได้กับเครื่องไพโอเนียร์ทุกรุ่น (ในรุ่นที่ผลิตมานานแล้วอาจต้องรออีกซักระยะ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาครับ) แต่ฟังก์ชั่นอย่าง pc master out, sequence call, sequence load และการเซ็ตค่าอย่างละเอียดบางการใช้งาน ยังคงใช้ได้เฉพาะ ddj rb และ ddj rr นะครับ โดยเล่นได้ทั้งในเครื่องวินโดว์และแมค (วินโดว์เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไป ส่วนแมค iOS 10.9 ขึ้นไปครับ แรม 4G ขึ้นไป)

       ตอนนี้ rekordbox dj ยังเปิดให้ลองโหลดไปเล่นฟรีๆ 30 วันอยู่นะครับ ไปลองโหลดมาเล่นดูได้เลยที่ https://rekordbox.com/en/store/  ขั้นตอนการลงอาจจะยุ่งยากนิดหน่อยนะครับ เพราะต้องไปลงทะเบียนใน Kuvo.com ก่อนถึงจะมาโหลดได้ ซึ่งทางทีมงาน Pioneer dj lab siam ได้ทำคลิปสั้นๆ ทำความเข้าใจง่ายๆ เอาไว้ให้แล้วครับ คลิปแรกเป็นวิธีการลงทะเบียนส่วนคลิป 2 เป็นการติดตั้งครับ https://www.youtube.com/embed/Oqf-AcGF5Cwและhttps://www.youtube.com/embed/o_c0AWjNP6Aส่วนใครที่ชอบ ติดใจ สนใจอยากจะซื้อซอฟต์ แวร์แท้เลย ซึ่งจะใช้ได้ตลอดชีวิต ก็สามารถซื้อผ่านทางออนไลน์ได้เลยนะครับ หรือถ้าไม่สะดวกก็มี box set ขายครับ ที่ไทยมีแล้ว 4,900 บาท ติดต่อตัวแทนจำหน่ายไพโอเนียร์ได้เลยครับ

      อ้อ... ย้ำกันอีกหน่อยสำครับคนที่ใช้เครื่องแมค ถ้าหากทางแอปเปิลมีการอัพเดต operation ตัวใหม่ขึ้นมา อย่าเพิ่งไปอัพเดตตามนะครับ มีปัญหากันมากเลยตอนนี้... คือมันอย่างนี้ครับ... เวลาแอปเปิลเค้าอัพเดตระบบปฏิบัติ การอะไรใหม่ก็ตาม ให้พึงระลึกไว้ว่าบริษัทหรือค่ายอื่นๆเค้ายังปรับตามไม่ทันครับ ยังต้องใช้เวลาอีกซักระยะในการตรวจดูข้อผิดพลาดหรือ bug ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และต้องพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วค่อยปล่อยตัวอัพเดตออกมาแก้ ผมแนะนำครับไม่ว่าจะอาชีพอะไร หากท่านต้องใช้แมคทำงานในสายงานของท่านร่วมกับซอฟต์แวร์ต่างๆแล้ว ควรรอให้ทางค่ายของซอฟต์แวร์นั้นๆออกมาประกาศก่อน ว่าเวอร์ชั่นใหม่สามารถรองรับระบบ ปฏิบัติการใหม่ของ mac ได้แล้ว ไม่งั้นวุ่นวายครับ หลายคนเลยที่เจอปัญหานี้แล้วเครื่องเล่นได้ไม่ปกติ แล้วมีหลายอาการด้วย บางคนเล่นๆไปแล้วดับ เล่นไปแล้วเสียงไม่ออก ดังข้างเดียวบ้างหรือหนักๆก็เชื่อมต่อไม่ได้เลย ฝากไว้ด้วยครับ... ฉบับนี้ก็คงจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ไว้ถ้ามีความคืบหน้าอะไรที่สำคัญ จะมาแจ้งในคอลัมน์นี้นะครับ... ขอบคุณที่ติดตามครับ... สวัสดี...