Roland Aira MX-1 Mix Performer

เดชฤทธิ์ พลเยี่ยม

facebook : bobbysound88

“ ในโหมดคอนโทรลเซอร์เฟซ MX-1 สามารถซิงค์กับ คอมพิวเตอร์ได้เทียบเท่ากับอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณ MIDI คอนโทรลเลอร์เกรดไฮเอ็นด์ เพื่อใช้งานร่วมกับ DAW ” 

ฟีเจอร์โดดเด่น

          ภาคการมิกซ์สัญญาณรองรับอินพุตอะนาลอก 6 ช่อง มีพอร์ต USB แบบ AIRA Link จำนวน 4 ช่อง พร้อมด้วย Digital I/O และแจ็ค Send/Return สามารถสตรีมสัญญาณได้พร้อมกัน 18 แชนเนล สามารถรับสัญญาณจากซอฟต์แวร์ DAW ได้ ตัว MX-1 ยังรองรับสัญญาณเสียงดนตรีจากภายนอกได้หลากหลาย โดยการเชื่อมต่อเข้าที่อุปกรณ์โดยตรง แล้วนำสัญญาณมาควบคุมด้วยปลายนิ้วของผู้เล่น จะเห็นว่านี่มันไม่ใช่แค่มิกเซอร์แบบธรรมดา… ในระบบการทำงานก็มีความสมูธ เฟดเดอร์ทำงานตามมือแต่ละส่วนมี 6 โวลุ่มที่ต่างกัน แต่ละแชน เนลสามารถปรับโทน/ฟิลเตอร์ได้ โดยมีลูกบิดให้สามารถปรับได้ถึง 10 ฟิลเตอร์ พร้อม EQ และ isolators สามารถ Mute และการเข้าถึงส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างการทำงานสามารถมองเห็นสีสันของปุ่มกดต่างๆ เป็นไฟ LED ไม่ว่าจะเป็นเฟดเดอร์หรือสวิตช์ต่างๆ ทำให้สามารถทำงานได้ แม้ว่าสภาพแวดล้อมในขณะทำงานจะไม่มีแสงก็ตาม… อีกทั้งยังมีหูฟังแบบ DJ สไตล์ ซึ่งมี cue มอนิเตอร์ที่ช่วยให้การมิกซ์สัญญาณสมูธจากทุกแหล่งกำเนิดเสียงที่ถูกจ่ายเข้ามา หรือจะดร็อปแทร็กทางขวา เพิ่มบีททางดนตรี พร้อมทั้งแยกโวลุ่มคุมหูฟังและมาสเตอร์ไว้คนละส่วน และมิเตอร์แสดงระดับสัญญาณที่ดูง่าย ทำให้เช็คระดับสัญญาณได้ตลอดเวลา และทุกอย่างรวมไปถึงภาคการคอนฟิกเอฟเฟ็กต์ และการเซตค่าเฉพาะ สามารถเซฟและเก็บค่ารีคอลเพื่อเรียกจากหน่วยความจำมาใช้งานได้

Dramatic & Rhythmic

          คงไม่ต้องถามว่าสามารถสั่งงานเอฟเฟ็กต์ได้หรือไม่ ตัวอุปกรณ์สามารถจัดการสร้างเสียงเอฟเฟ็กต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และสามารถกำหนดโทนเสียงได้ MX-1 ยังรวมเอฟเฟ็กต์เข้าไปเพิ่มด้วยวิธีเจ๋งๆ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคุณภาพเสียงเอฟเฟ็กต์ที่ดี พวกเขาออกแบบมาเพื่อให้อุปกรณ์สามารถทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน และตอบสนองภาคจังหวะดนตรีไปด้วย ทั้งเรื่องการจัดการ Tempo ของเพลงที่เหลือเชื่อ และการมีอินเทอร์เฟซรองรับการควบคุมจังหวะสไตล์ฮาร์ดแวร์รุ่น TR สเต็ปในอดีต พร้อมกันนี้ยังมี aux send สำหรับการฟีดสัญญาณเอฟเฟ็กต์จากภาย นอกเข้ามา แต่ละแชนเนลจะมี Beat FX ซึ่งรวม Filter, Side Chain และ Slicer อยู่ภายใน ตรงนี้สามารถใช้ร่วมกับ TR-style สเตปซีเควนเซอร์จำนวน 16 จุด โดยมีแป้นสวิตช์ซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในกลองไฟฟ้าของ Roland ตรงนี้สามารถเซตฟิลเตอร์ได้อย่างอิสระ รวมถึง duck, slice ของแต่ละแชนเนล การสร้างจังหวะเจ๋งๆ ที่หลากหลาย การสร้างโพลีริธึมและการจัดการกรุ๊ปต่างๆ พวก Beat FX สามารถสั่งงานผ่านสวิตช์ได้ทันที โดยกำหนดเป็น on/off ต่อแชนเนลเฉพาะ พร้อมแสงไฟบนปุ่มที่สวยงาม

          มี Master FX จำนวน 6 ชุด แต่ละชุดสามารถเลือกได้หลากหลาย และพร้อมด้วย spice และ drama สามารถสั่งงานเชื่อมกันได้ทุกแชน เนล และยังมีลูกบิดคอนโทรลขนาดใหญ่ที่ช่วยให้เพลย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ตัว Master FX สามารถที่จะเล่นเป็นสเตปซีเควนซ์ที่หลากหลายรวมกันได้ สร้างมูฟเม้นต์ทางดนตรี และพร้อม glitchy อินเทอร์ลูทที่จะทำให้ผู้ฟังประทับใจ รวมถึงมีเอฟเฟ็กต์พวก Delay, Filter, Flanger, Bit Crush และ Roll สำหรับใช้สร้าง beat repeat และ Scatter (ใช้สร้างเอฟเฟ็กต์ริธึมมิกสวน Aira ไลน์) ซึ่งแต่ละเอฟเฟ็กต์สามารถเลือกได้อย่างอิสระ และมีปุ่มควบคุมการทำงานผ่านโรตารีแบบ bi-directional สามารถเลือกหาเอฟเฟ็กต์ที่ต้องการได้ รวมถึงมีปุ่ม Time และ Tempo อยู่ใกล้ๆ มีไฟสว่างทุกปุ่มมองเห็นง่าย ในส่วน Master FX จะมี Combi โหมด ซึ่งผู้ใช้สามารถ Assign เอฟเฟ็กต์ที่แตกต่างกันของแต่ละสเต็ปลงในซีเควนเซอร์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะจริงๆ สุดท้าย MX-1 มีช่องเชื่อมต่อ Aux Send/Return สามารถเชื่อมต่อพอร์ตสัญญาณด้านหลัง สามารถปรับ Gain, Pan และ Fader ได้เช่นกัน

เล่นกับคอมพิวเตอร์

           ในวงการดนตรีหรืองานโปรดักชัน คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญและช่วยเพิ่มการเล่นสดให้มีความแตกต่างได้มากขึ้น แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ได้ดีนัก แต่ตัวนี้สามารถเป็นออดิโออินเทอร์เฟซและเป็นทั้งคอนโทรลเลอร์ ตัว MX-1 สามารถจัดการผ่านโหมดคำสั่งจากหนึ่งในสามโหมดที่ต่างกันได้ ในโหมดคอนโทรลเซอร์เฟซ MX-1 สามารถซิงค์กับคอมพิวเตอร์ได้เทียบเท่ากับอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณ MIDI คอนโทรลเลอร์เกรดไฮเอ็นด์ เพื่อใช้งานร่วมกับ DAW แจ๋วจริงๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ในมิกซ์โหมด ตัว MX-1 สามารถที่จะมิกซ์ทุกแชนเนลที่เชื่อมต่อจากซอร์สเสียง รวมทั้งสัญญาณที่เป็นอะนาลอกและดิจิตอลอินพุต AIRA เกียร์ และเอาต์พุตคอมพิวเตอร์ ซึ่งตรงนี้จะมีแชนเนลเฉพาะสำหรับรองรับสัญญาณสเตอริโอเอาต์พุตจากคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถส่งสัญญาณเสียงจากคอมพิวเตอร์ผ่านทางUSB แชนเนลจาก 1 ถึง 4 แม้อุปกรณ์ไม่ได้เชื่อมต่อผ่าน AIRA Link USB พอร์ต มันแจ๋วจริงๆ กับอีกหนึ่งโหมด External ตัว MX-1 สามารถ send ทุกสัญญาณอินพุตไปยังซอฟต์แวร์ DAW ได้โดยตรง ด้วยออดิโออินเทอร์เฟซคุณภาพสูง พร้อมๆกัน ผู้ใช้สามารถมิกซ์สัญญาณส่งกลับมาจาก DAW ได้ 18 แชนเนล อุปกรณ์ยังมีเฟดเดอร์ควบคุมระดับสัญญาณ และยังมีลูกเล่นที่เอื้อต่อการบันทึกเสียง ทั้งคำสั่ง recording, clip triggering, effects, และฟังก์ชัน mixing ของ DAW ที่จะส่งผ่านมายัง Mix-1 ที่มีฟังก์ชัน cue มอนิเตอร์ ฟังก์ชันซิงค์และการมิกซ์สำหรับเล่นสดๆ และเอฟเฟ็กต์ต่างๆ คือมันตอบโจทย์รองรับจินตนาการของผู้เล่นได้ดีมาก ซึ่งการเล่น MX-1 ร่วมกับคอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะมันมีทางเลือกให้เล่นได้หลากหลาย มันทำให้ผู้เล่นมีความสุข ดังนั้นด้วยสมองและสองมือของผู้เล่นย่อมสามารถควบคุม DAW หรือการทำงานแบบ out-of-the-box โปรดักชันและการเล่นสดภายในบ้านด้วยตัว Mix-1 ตามลำพังก็ได้ 

การเชื่อมต่อ Sync และ Link

           MX-1 มันเป็นอุปกรณ์ที่เล่นแล้วสนุก สามารถเพลย์ผ่านปลั๊กอินอะไรก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ โดยรองรับแจ็คขนาด 1/4 นิ้วจำนวน 4 ช่องแยกกันอิสระ ซึ่งแหล่งเสียงอาจจะแยกกัน และพร้อมรองรับแจ็คขนาด 1/8 นิ้วแบบสเตอริโอ สามารถเชื่อมกับสมาร์ทโฟน แท็ปเลต และอุปกรณ์ gadget ต่างๆ และยังมีพอร์ต USB ที่เรียกว่า AIRA Link จำนวน 4 ช่อง สามารถเชื่อมกับอุปกรณ์ตระกูล AIRA เพื่อใช้งานร่วมกันได้ สามารถค้นหากันและกันโดยอัตโนมัติ พอร์ต AIRA Link จะรับส่งสัญญาณออดิโอ, MIDI และสัญญาณซิงค์บนสาย USB เส้นเดียว ในหนึ่งพอร์ตจะมีบัสเพาเวอร์จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ AIRA อย่างเช่น TB-3 Touch Bassline หรือ VT-3 Voice Transformer ตัว AIRA Link จะช่วยลดปริมาณการเชื่อมต่อสายระหว่างอุปกรณ์ และทำให้การเซตอัพง่ายและรวดเร็วขึ้น ตัว MX-1 สามารถควบคุมได้ทุกอย่างผ่านมือของผู้ใช้ ไล่ตั้งแต่ฟังก์ชัน start, stop, tempo, และ timing สำหรับการซิงค์กับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่าน MIDI หรือผ่าน AIRA Link สามารถคอนโทรลได้ทุกอย่าง ทั้งปุ่มแบบ TR-style start/stop พร้อมลูกบิดควบคุม Tempo ขนาดใหญ่ที่หาได้ง่ายๆ และพวกฟังก์ชัน shuffle control, และ tap ฟังก์ชัน

ผสมผสานทุกอย่างไว้ด้วยกัน

            ตัว MX-1 ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมกับมีสมรรถนะการทำงานที่ดี การมิกซ์สัญญาณและการควบคุมต่างๆ สามารถทำได้ง่าย และไม่มีคำว่าจะสับสนหรือเบลอระหว่างการใช้งาน แต่แนวทางการมิกซ์และการใช้เอฟเฟ็กต์ก็เป็นเทคนิคเฉพาะบุคคล ซึ่งต้องมีการอิมพลีเม้นต์ในตัว MX-1 เรียกว่ามันทำได้รวดเร็ว ทำได้ทันทีและคล่องตัว มากกว่านั้นในทางดนตรีแล้วถือว่าถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้ คือการใช้เล่น ก็คล้ายกับอุปกรณ์ AIRA ชิ้นอื่นๆ ผู้ใช้จะไม่มีการสับสนเมนูหรือเลเยอร์ฟังก์ชันของมัน จนทำให้การสั่งงานล่าช้า

การบันทึกเสียง

             MX-1 สามารถใช้งาน Live Mode เพื่อเซตให้ตัวมันเองเป็นออดิโออินเทอร์เฟซ สามารถที่จะทำงานและเพิ่มขีดความสามารถควบคุม Live และพวก clip และซีนต่างๆ ของแทร็กและมอนิเตอร์ภายในซอฟต์แวร์ ผลคือมันจะทำให้การสั่งงานตัวมิกซ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มีความเป็นธรรมชาติมาก การเรคอร์ดสัญญาณจากอินพุตเข้าไปที่ clip การ launch clip และซีน การประยุกต์ใช้ลูกเล่น พวกเอฟเฟ็กต์ซีเควนเซอร์ และอื่นๆ ที่มีอยู่ในอุปกรณ์ โดยถ่ายทอดการเล่นสดบนเวทีให้คนดูด้วย Live และระหว่างนี้ผู้ใช้สามารถใช้มันเป็นคอนโทรลเลอร์ได้เหมือนกัน เพราะว่า MX-1 รวมทุกอย่างเอาไว้อย่างสมบูรณ์ และสามารถขยายขีดความสามารถได้อีกด้วย และนี่คือการเปิดวิสัยทัศน์ของโลกดนตรีที่ผู้ใช้ต้องประ หลาดใจอย่างยิ่ง 

ข้อมูลทางเทคนิค

          MX-1 สามารถตั้งระดับ Tempo ได้ตั้งแต่ 40bpm ถึง 300bpm มีซีนเมมโมรีจำนวน 16x4 แบงค์ A, B มี Beat FX แยกเป็น FILTER : 5 แบบ, SIDE CHAIN : 5 แบบ และ SLICER : 5 แบบ มี Master FX แบ่งเป็น DELAY : 8 แบบ, FILTER : 8 แบบ, SCATTER : 8 แบบ, FLANGER : 8 แบบ, BIT CRUSH : 8 แบบ และ ROLL : 8 แบบ มี Mastering จำนวน 10 แบบ รองรับค่าแซมปลิ้งเรททั้งภาคดิจิตอลอินพุต/เอาต์พุต และ AD/DA 44.1kHz, 48kHz และ 96kHz มีจำนวน 18 อินพุต/เอาต์พุต ระบบการประมวลผล PC อินเทอร์เฟซและ AD/DA คอนเวอร์ชันระดับ 24-bits รองรับเลเวลอินพุต 1-4 และ อินพุต 5/6 ที่ (-26) ถึง +4dBu ให้เอาต์พุตเลเวลสูงสุด +4dBu มีอินพุตอิมพีแดนซ์ 100kOhm และเอาต์พุตอิมแดนซ์ ด้าน Mix Out เท่ากับ 1kOhm และ Phones เท่ากับ 24Ohms ด้านผลตอบสนองต่อความถี่ 96.0kHz : 20Hz–40kHz (+0/-2 dB), 48.0 kHz : 20Hz–22kHz (+0/-2 dB), 44.1kHz : 20Hz–20kHz (+0/-2dB) ไดนามิกเรนจ์เท่ากับ AD block INPUT 1–4 : 100dB, AD block INPUT 5/6 : 100dB, DA block MIX OUT : 108dB รองรับรูปแบบการเชื่อมต่อชนิด PHONES jack : 1/4 นิ้วแบบสเตอริโอ, MIX OUT (L/MONO, R) แจ็ค : 1/4นิ้ว (อันบาลานซ์), INPUT 1–4 (L/MONO, R/MONO) แจ็ค : 1/4 นิ้ว (อันบาลานซ์), INPUT 5/6 แจ็ค : สเตอริโอขนาดเล็ก, AUX RETURN (L, R) แจ็ค : RCA phono, AUX SEND (L, R) แจ็ค : RCA phono, รองรับ USB FUNCTION Port : USB type B (Audio, Midi), รอง รับ USB HOST 1–4 พอร์ต : USB type A (Audio, Midi, สำหรับ TB-3/VT-3/TR-8/SYSTEM-1 เท่านั้น) รองรับ USB HOST 3 พอร์ตสามารถจ่ายแรงดันไฟผ่าน USB Bus ได้, รองรับ COAXIAL IN/OUT แจ็ค, รองรับ MIDI (IN, OUT) คอนเน็กเตอร์, รองรับแจ็ค DC IN, มีอินเทอร์เฟซ USB แบบไฮสปีด มีช่อง MIDI IN/OUT มีอะแดปเตอร์จ่ายไฟกระแส 1.7 แอมป์ ขนาดตัวเครื่อง กว้าง 400mm, ลึก 264mm, สูง 65mm และหนัก 1.81kg.

สรุป

          MX-1 หากพิจารณาให้ดีจะพบว่ามีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานสูง สามารถใช้งานได้ทั้งการเล่นสดบนเวที และ/หรือในสตูดิโอก็สามารถนำไปเซตอัพได้... ข้อดีเป็นมิกซ์ที่รองรับทั้งสัญญาณอะนาลอกและดิจิตอล สามารถใช้งานตามลำพังได้ เป็นอินเทอร์เฟซและคอนโทรลเลอร์โหมดและมีความยืดหยุ่นอย่างยิ่ง... ข้อสังเกตมีสเตอริโอให้มาเพียงช่องเดียว และ EQ มีจำนวนจำกัด จำนวนเอฟเฟ็กต์มีให้เลือกไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าพอใจเท่าที่โรงงานให้มาก็ไม่มีปัญหาอะไร

สอบถามรายละเอียดด้านอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ธีระมิวสิค จำกัด
โทร.02-424-8988, 02-424-9959 เว็ปไซต์ www.theeramusic.com