JBL 70 ปีของการเป็นผู้นำระบบเสียง

 

ไม่ว่าจะเป็นเสียงสำหรับผู้บริโภคที่บ้าน หรือบนรถยนต์ในระหว่างเดินทาง 

หรือในพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นสนามกีฬาและสถานที่จัดคอนเสิร์ต

JBL จะยังคงพร้อมนำเสนอคุณภาพเสียงที่เป็นซิกเนเจอร์ของ JBL

...Michael Mauser

หากกล่าวถึงJBL ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงลำโพงที่ให้เสียงคุณภาพดีเยี่ยม สำหรับ JBL เป็นหนึ่งในบริษัทด้านระบบเสียงที่มีอายุเก่าแก่ที่ สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งอยู่มานานถึง 70 ปี... JBL ได้รับทั้งรางวัล Grammy และ Oscar สาขาเทคโนโลยีด้านออดิโอ JBL ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรี รวมถึงเป็นผู้ปฏิวัติวงการบันทึกเสียง และเป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตระดับตำนานอย่าง Woodstock ซึ่งถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นคอนเสิร์ตร็อคครั้งแรกๆ ที่มีจำนวนคนเข้าชมมากที่สุด กับ 7 ทศวรรษที่ผ่านมา JBL ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านระบบเสียงในสายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เครื่องเสียงไฮไฟในบ้าน และในรถยนต์ ระบบเสียงของ JBL ถูกนำไปติดตั้งใช้งานและการทัวร์มีจำนวนนับพันๆ แห่งทั่วโลก ทั้งในโรงละคร โรงภาพยนตร์ โบสถ์ ห้องประชุมขนาดใหญ่ สนามกีฬา เอริน่า ห้องบันทึกเสียง และระบบ THX ในโรงภาพยนตร์ JBL ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1946 ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา มีความเสมอต้นเสมอปลาย มีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา พร้อมกับได้ปฏิวัติวงการเสียงในระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงบ้าน รถยนต์ มัลติมีเดีย และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ ช่วงเวลาสำคัญของ JBL ที่น่าจดจำมีดังนี้


 

 

(1.) 1940 ทศวรรษแห่งการก่อร่างสร้างตัว บริษัท JBL ก่อตั้งโดย James B. Lansing เป็นเอ็นจิเนียร์ผู้มีความสามารถ ซึ่งได้ทุ่มเทอุทิศตนอย่างแน่วแน่ในการพัฒนาระบบเสียงระดับมืออาชีพและระดับคอนซูมเมอร์

(2.) 1950 ทศวรรษของการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในยุคตื่นทอง 1950 JBL ได้รับการตอบรับจากผู้สนับสนุนหลักในการนำเสนอผลิต ภัณฑ์ในตำนานอย่าง Hartsfield และ Paragon

(3.) 1960-1970 ทศวรรษของการเน้นเรื่องดีไซน์เพื่อการจดจำ ในปี 1960 JBL ยังคงสร้างชุดลำโพงที่น่าจดจำอันน่าทึ่ง รวมถึงลำโพงสตูดิโอมอนิเตอร์รุ่น 4310 ซึ่งได้ดัดแปลงให้เหมาะกับตลาดคอนซูมเมอร์อีกด้วย นั่นคือ Century L100 โด่งดังมากในยุค 1970

(4.) 1980-1990 บุกเบิกระบบเสียงในโรงภาพยนตร์ ตลอดช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 บริษัทได้ก่อกำเนิดโมเดลลำโพง ที่ได้รับการยกย่องหลายรุ่น อาทิ L212 ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นซับวูฟเฟอร์ที่มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวได้รับความนิยมสูง ยุคนั้นเริ่มใช้รหัสสินค้าชื่อ Everest ปัจจุบันมีชื่อเสียงในตลาดหูฟังระดับโปร และ JBL Synthesis ถือได้ว่าเป็นเครื่องเสียงภายในบ้านที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

(5.) 2000 สร้างระบบ Audiophile คุณภาพสูง ในยุค 2000 เรียกว่าเป็นสหัสวรรษใหม่แห่งการออกแบบลำโพงของ JBL และยังคงสืบทอดมรดกทางชื่อชั้นได้ยอดเยี่ยม จากรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นลำโพง K2 S9800 และเริ่มทำลำโพงอาร์เรย์ รวมถึงลำโพงสำหรับสตูดิโอ ลำโพงสำหรับโชว์คอนเสิร์ตในฮอลล์และในโรงภาพยนตร์ได้ถูกติดตั้งไปทั่วโลก บริษัท JBL มีปรัชญาในการออกแบบสินค้าของตนคือ "Pro Sound Comes Home" ถ้าแปลให้เข้าใจง่ายๆ คือเสียงต้องโปรเหมือนฟังอยู่ในบ้าน กล่าวคือเสียงต้องคมชัดเหมือนจริง และไม่ผิดเพี้ยน รวมถึงต้องมีชีวิตชีวา ที่บ้านได้ยินคุณภาพดียังไง ออกนอกบ้านต้องคงคาแร็กเตอร์เสียงแบบนั้น

(6.) 2010 เน้นการเติบโตในตลาดคอนซูมเมอร์ JBL ยังคงขยายไลน์ผู้บริโภคด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีหูฟังและลำโพงแบบพกพารุ่นใหม่ที่ให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อและเป็นส่วนตัว เช่น JBL Everest Elite 700 พร้อมกับการคาริเบทเสียงและระบบการตัดเสียงรบกวน JBL ยังต่อเติมฐานวัฒนธรรมของแบรนด์ ให้เป็นที่ต้องการของผู้คน โดยได้ร่วมมือกับดาราบาสเก็ตบอลอย่าง Stephen Curry และนักเตะฟุตบอลมืออาชีพอย่าง Jerome Boateng ทีมบาร์เยิร์นมิวนิคมาเป็นทูตแบรนด์ JBL ยังขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นระบบสื่อสารในการเชื่อมต่อกันและกัน เช่น JBL Trip in-vehicle หรือจะเป็นเทคโนโลยีของหูฟังที่ชื่อ Under Armor และลำโพงบลูทูธแบบพกพาที่กันน้ำอย่าง JBL ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของชีวิตผู้คน ด้วยการเสิร์ฟเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีความหมายและราบรื่น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเชื่อมต่อระบบให้ได้ประสบการณ์เสียงอันทรงพลัง

(7.) 2000 ถึงปัจจุบัน เน้นหนักด้านตลาดรถยนต์อย่างจริงจัง JBL ได้สร้างระบบเสียงระดับพรีเมียมในรถยนต์ของโตโยต้ามานานกว่า 20 ปี และยังได้ร่วมงานกับ Ferrari ตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายนี้พร้อมกับค่ายอื่นๆ ได้ส่งมอบคุณภาพเสียงถึงมือผู้ขับขี่ยานยนต์ ได้สัมผัสพลังเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงในรถยนต์อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ คุณเกษมสิน กาญจนชัยภูมิ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเม้นท์ จำกัด ในนิตยสาร Sound & Stage ว่า... Harman Group จริงๆ แรกเริ่มเขาจะแบ่งเป็น 3 แผนกใหญ่ๆ คือ Automotive คือทำขายให้ OEM ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเขา เขาทำ Infotainment เขาเป็นคน Supply ทั้งหมด ตอนนี้เขาเพิ่งเปลี่ยนแผนกใหม่ ฉะนั้นแบ่งเป็น 4 แผนกคือ Connected Car ก็คือ Automotive, Navitagation System, Multimedia ในรถที่เขาทำส่งออก ผมว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งใช้ของเขานะครับ ก็ไม่ได้ออกเป็นยี่ห้อรถ คือที่ต่างประเทศบางทีก็ใส่ชื่อด้วย อย่าง Lexus ก็ใส่ชื่อด้วย Mark Levinson อย่าง Toyota บางทีก็เป็น JBL แต่ว่าส่วนมากจะอยู่ที่อเมริกาหรือยุโรปอะไรอย่างนี้ Ferrari ก็ใช้ของเขา ใช้เกือบหมดเลยครับ อันนี้เป็นธุรกิจที่ค่อนข้างทำกำไรของเขา ไม่ต้องประกาศตัวเองใน Public ทำกำไรได้สบายมาก”

“เป็นเวลากว่าเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา JBL เป็นผู้นำในการปฏิวัติวงการเสียง และยังคงเดินหน้าผลักดันระบบเสียง ด้วยเทคโนโลยีเสียงที่เป็นนวัตกรรมใหม่ การเชื่อมต่อและความเป็นส่วนตัว” Michael Mauser ประธานแผนก Lifestyle Audio ของ HARMAN กล่าว... "ไม่ว่าจะเป็นเสียงสำหรับผู้บริโภคที่บ้าน หรือบนรถยนต์ในระหว่างเดินทาง หรือในพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นสนามกีฬา และสถานที่จัดคอนเสิร์ต JBL จะยังคงพร้อมนำเสนอคุณภาพเสียงที่เป็นซิกเนเจอร์ของ JBL เพื่อให้ประสบการณ์กับผู้ฟังอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน”

 

JBL วันนี้

ปัจจุบันภายใต้แบรนด์ JBL ได้แบ่งหมวดสินค้าออกเป็น 5 หมวดหมู่ ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้... (1) Wireless ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกันแบบไร้สาย ยังแบ่งย่อยออกเป็น 4 หมวดคือ (1.1) ลำโพงบลูทูธแบบพอร์ทเทเบิล... (1.2) ลำโพง Voice Activated Speakers… (1.3)Head phones ไร้สาย และ (1.4) ลำโพงในบ้านแบบไร้สาย... ถัดไปเป็นหมวด (2) Headphones มีสินค้า 6 แบบได้แก่ (2.1) Over-Ear & One-Ear หรือหูฟังแบบครอบหัว... (2.2) In Ear หูฟังแบบอุดหู... (2.3) หูฟังอุดหูแบบไร้สาย... (2.4) หูฟังเหน็บหูแบบ Sport… (2.5) หูฟังแบบครอบชนิด Noise Cancelling และ (2.6) Yurbuds Enhancers เป็นตัวล็อกสำหรับหูฟังแบบ Sport เพื่อไม่ให้หลุดจากหูได้ง่าย... (3) Home Audio จะแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น... (3.1) Loudspeakers เป็นลำโพงฟังเพลงทั่วไป... (3.2) ลำโพงตู้ซับวูฟเฟอร์... (3.3) Soundbars… (3.4) ลำโพงสำหรับดูภาพ ยนตร์ในบ้าน... (3.5) ลำโพงแบบ Docks… ถัดไปหมวด (4) Car & Marine แบ่งย่อยเป็น... (4.1) ลำโพงรถยนต์... (4.2) ลำโพงซับวูฟเฟอร์... (4.3) เพาเวอร์แอมป์รถยนต์... (4.4) ชิ้นส่วนลำโพงในรถยนต์... (4.5) ลำโพงกันน้ำ... (4.6) ลำโพงแบบไร้สายและอุปกรณ์เชื่อมต่อ... (5) Professional เป็นลำโพงสำหรับมืออาชีพด้านระบบเสียง... (5.1) ลำโพงแบบ Portable PA… (5.2) ลำโพง PA แอกตีฟ... (5.3) ลำโพง PA แบบพาสซีฟ... (5.4) ขาตั้งและแอคเซสเซอรี่... (5.5) ลำโพงสตูดิโอ... (5.6) อุปกรณ์ควบคุมสตูดิโอมอนิเตอร์และแอคเซสเซอรี่...

  

  

JBL Pro  

ในกลุ่ม JBL Pro ปัจจุบันทาง JBL นำมาจัดหมวดหมู่ไว้ในเว็บไซต์ JBLpro.com ซึ่งจะแบ่งลำโพงกลุ่มโปรดักซ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับงานกลางแจ้งหรือระบบเสียงขนาดใหญ่ รวมถึงระบบการติดตั้งภายในอาคาร มีดังนี้... (1) Cinema Sound ลำโพงติดตั้งในโรงภาพยนตร์... (2) Installed Sound ลำโพงและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งถาวร ลำโพงในหมวดนี้ถือเป็นกลุ่มเดียวที่มีซีรี่ส์มากถึง 10 ชนิด เช่นลำโพง Ceiling, Column, In-Wall, Surface Mount, Point Source… (3) Live Portable Sound เป็นลำโพง PA สำหรับงานกลางแจ้งและอินดอร์แบบพอร์ตเทเบิล เช่น EON, PRX และ SRX ซีรี่ส์... (4) Tour Sound เป็นลำโพงสำหรับคอนเสิร์ตได้แก่ ลำโพงไลน์อาร์เรย์รุ่น VTX ซีรี่ส์, VerTec ซีรี่ส์ และ VRX จัดอยู่ในกลุ่มนี้... (5) Recording & Broadcast เป็นลำโพงสำหรับใช้งานในสตูดิโอและบรอดคาสต์ เช่น M2, S2S-EX, 7 ซีรี่ส์, LSR, 3 ซีรี่ส์, Control 2P, 1 Pro สำหรับรายละเอียดแต่ละรุ่นจะนำมารีวิวหรือแนะนำรุ่นที่น่าสนใจแบบเจาะลึกกันต่อไป...

ผู้เขียน : เดชฤทธิ์ พลเยี่ยม แฟนเพจ : facebook.com/bobbysound88