ทดสอบ X32 Digital Console Mixer จาก BEHRINGER

 

Behringer เป็นยี่ห้อหนึ่งที่มีชื่อในเรื่องของการผลิตอุปกรณ์ราคาประหยัดแต่มีคุณภาพดี กับการพัฒนามิกเซอร์ดิจิตอลรุ่น X32 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของวงการเครื่องเสียง PA”

             นับจากปี 1989 บริษัท Behringer จัดว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตสินค้าคุณภาพดีราคาไม่แพง โลดแล่นอยู่ในตลาด PA มายาวนาน กระทั่งในปี 2010 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของบริษัท นั่นคือ Music Group บริษัทแม่ของ Behringer ได้เข้าซื้อกิจการชื่อดังในอังกฤษ นั่นคือ Midas ซึ่งเป็นที่รู้จัก...

             เกิดอะไรขึ้นเมื่อสามบริษัทที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เครื่องเสียง PA ในแต่ละสายมารวมตัวกัน ผลลัพธ์คือ บริษัทได้ร่วม มือกันออกแบบมิกเซอร์ดิจิตอลรุ่นใหม่ชื่อว่า X32 และดูเหมือนสินค้าตัวนี้จะเขย่าวงการจนสะเทือนตั้งแต่วันเปิดตัวจนถึงปัจจุบัน เพราะ X32 มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และถือว่าเป็นบอร์ดที่มีราคาไม่สูงนักเมื่อเทียบกับค่ายอื่นๆ ถ้าแลกกันหมัดต่อหมัด X32 เหนือกว่าในเรื่องนี้มาก จากสเปกเบื้องต้นที่มีขนาด 32 แชนเนล และมีจำนวน 25 bus นั้น อาจไม่ต่างจากอุปกรณ์ค่ายอื่นที่ทำงานในระบบดิจิตอล แต่สิ่งที่น่ากลัวต่อคู่แข่งก็คือมีภาคเอฟเฟ็กต์ที่พัฒนาชนิดถอดแบบมาจากบอร์ดรุ่นใหญ่ของ Midas เลยทีเดียว ซึ่งตัวเอฟเฟ็กต์ทั้งหลายถูกออกแบบให้ฝังตัวมากับตัวบอร์ด X32 และจุดนี้ทำให้การเซตแอพพลิเคชั่นระบบเสียงทั้งในสตูดิโอและกลางแจ้งลดความยุ่งยากลงไปมาก ตรงนี้เป็นโจทย์หินของคู่ แข่ง ที่นอกจากจะแข่งกันที่ลูกเล่นของอุปกรณ์แล้ว ยังต้องหั่นราคาลงมาสู้อีกด้วย หลายคนอาจจะช็อคกับราคา X32 ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าที่มีชื่อยี่ห้ออื่น ที่มีราคาในระดับใกล้เคียงกัน ยิ่งทำให้รู้ว่าฟรีเจอร์และลูกเล่นของ X32 นั้นมีราคาต่ำและคุ้มค่ามาก อย่างไรก็ดี X32 เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในเกรดและมีกลุ่มเป้าหมายคือ ตลาด semi-pro ตลอดจนกลุ่มผู้ใช้งานที่มีสเกลงานที่ไม่ใหญ่นัก อย่างในโรงละครและในคลับ เฮ้าส์ เป็นต้น...กันในหมู่คนเล่นเครื่องเสียง PA ว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตบอร์ดคอนโซลสำหรับงาน Live Sound ระดับแนวหน้าของโลก พร้อมกันนี้ยังได้ซื้อกิจการผู้ผลิตกราฟิก EQ ชั้นนำของโลกอีกหนึ่งแห่งนั่นคือ Klark Teknik หลายท่านคงคุ้นเคยกับคอมเพรสเซอร์และชุด EQ ระดับตำนานหลายๆ รุ่นจากยี่ห้อนี้ อาทิ DN780, DN360, DN370

 

 

 

 

 

 

 คุณสมบัติของ X32

    • 40 อินพุตแชนเนล, 25 bus สำหรับการมิกซ์ทั้งในสตูดิโอและกลางแจ้ง
    • MIDAS ออกแบบภาคปรีแอมป์เพื่อให้ได้เสียงคุณภาพสูง
    • 25 สไลด์เฟดเดอร์บนระบบออโตเมทมอเตอร์ ที่พร้อมทำงานทันทีตามซีนที่สร้างไว้ และตามซอฟต์แวร์ DAW ที่มีการเก็บค่าของฟังก์ชั่น ออโตเมชันเอาไว้
    • 16 XLR เอาต์พุต บวกกับอีก 6 Line อินพุต/เอาต์พุต, ชุด phones 2 ชุด สำหรับทอร์คแบ็ก หรือใช้กับไมค์ภายนอก
    • จอ LCD ขนาดจิ๋วบอกสถานะการทำงานของแต่ละแชนเนล และบัสทำให้ง่ายต่อการกำหนดและจดจำค่าสถานะของแต่ละแชนเนล
    • 32x32 แชนเนล วิ่งบนพอร์ต USB ออดิโออินเทอร์เฟซ หรือใช้กับรีโมท DAW โดยใช้อุปกรณ์อย่าง HUI และ Mackie Control
    • iPhone, iPad สามารถใช้เป็นรีโมทควบคุมระยะไกลได้
    • จอภาพขนาด 7 นิ้วแบบ TFT สี ง่ายต่อการมองเห็นและการโฟล์วของคอมโพเน้นต์และพารามิเตอร์
    • Main LCR, 6 แมทริกซ์บัส และ 16 มิกซ์บัส ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้สำหรับ insert มี EQ ขนาด 6 แบนด์แบบพาราเมตริก และพร้อมไดนามิกเต็มรูปแบบ บวกกับ 8 ชุด DCA และชุด Mute Group อีก 6 ชุด
    • มี Virtual FX แบบ rack ที่รันบนบอร์ดได้พร้อมกัน 8 ตัว เป็นการจำลองเอฟเฟ็กต์แบบ Stereo FX อาทิ Lexicon 480L, PCM70, EMT250 และ Quantec QRS
    • ภาค DSP ทำงานระดับ 40-Bit floating-point ตอบสนองไดนามิกเรนจ์ไม่มีการโอเวอร์โหลดภายใน และมีค่า Latency ต่ำระดับ 0.8 msec
    • สามารถสร้างซีนและบริหารจัดการได้ง่ายและเร็ว พร้อมรองรับโปรดักชันที่มีความซับซ้อนสูง
    • สามารถรันได้สูงสุด 48 แชนเนลบนพอร์ต AES50 พร้อมกับ KLARK TEKNIK ที่รันบนเน็ตเวิร์ก SuperMAC ที่มีค่า Latency และ Jitter ต่ำมาก
    • พอร์ต USB type A อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟ ที่ต้องการเก็บไฟล์ออดิโอแบบไม่มีการลดทอนความละเอียด หรือการบีบอัดข้อมูล
    • แชนเนลสทริปที่มองเห็นง่าย
    • และสามารถเข้าถึงได้เร็ว และมีกราฟิกที่ตอบสนองสื่อถึงการโฟล์วของการทำงาน
    • สามารถกำหนดพารามิเตอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่ต้องการ
    • มีช่องต่อ ULTRANET สำหรับอุปกรณ์ Behringer P-16 ซึ่งเป็นชุดควบคุมระบบมอนิเตอร์บนเวที พร้อมกับเอาต์พุตดิจิตอลแบบ AES/EBU และ MIDI
    • สามารถใช้รีโมทผ่านระบบเน็ตเวิร์ค ซึ่งผู้ใช้จะต้องเซตบนซอฟต์แวร์เอดิเตอร์และอีเธอร์เน็ต
    • มีช่องสำหรับติดตั้งการ์ดขยายภาคออดิโอ และมีออดิโออินเทอร์เฟซในตัว
    • สามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่ๆ ในอนาคตได้ เช่น ปลั๊กอินใหม่ๆ โดยการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ behringer.com ฟรี