งานสัมมนา Dante Network & Dante Via (07 - 09)

. . . ตอนที่ 7 . . . 

Dante Via คือซอฟต์แวร์ที่ทำให้อุปกรณ์ทุกอย่าง

ที่มีการเชื่อมต่อในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้งานร่วมกันได้

(เนื้อหาต่อจากตอนที่แล้ว..) 

วิทยากร : คุณศักดิ์ชัย ชัยประภาทอง และทีมงาน Audinate 

Dante Via

       บางทีมือใหม่ที่เพิ่งเล่นระบบเน็ตเวิร์กอาจจะสงสัย เดี๋ยวเราจะแสดงรายละเอียดให้ท่านได้เห็นกัน ในสเต็ปถัดไปท่านจะเห็นการเชื่อม ต่อของ Dante บนแอปพลิเคชันต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งมันรองรับกับฮาร์ดแวร์ต่างๆ ได้ทั่วโลก ตราบเท่าที่ฮาร์ดแวร์เหล่านั้นรองรับ Dante แม้ผู้ใช้จะมีเพียง USB ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันระบบเน็ตเวิร์กสามารถทำให้อุปกรณ์เหล่านี้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเน็ตเวิร์กได้ อันนี้เป็นซอฟต์แวร์ตัวใหม่ คือเราจะไม่ได้พูดแค่เรื่องสายเน็ตเวิร์กที่จะเสียบนะ พวกสาย LAN อะไรทำนองนี้ ตอนนี้มันรองรับแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่เป็น USB ตัวนี้ก็คือ Dante Via จุดเด่นของ Dante Via ที่เราจะมาอธิบายให้ท่านเข้าใจในวันนี้ ตัว Dante Via มันสามารถแชร์ทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ของยามาฮ่า ตลอดจนค่ายอื่นๆ ก็สามารถนำไปใช้งานได้ ซึ่งเป้าหมายของตลาดจะเป็นมือใหม่หรือผู้เริ่มต้น ซึ่งการถ่ายโอนข้อมูลไม่ใช่แค่เป็นลักษณะจากจุดไปอีกจุด (Point-to-Point) แต่จะดึงสัญญาณที่เป็นอะนาลอกให้ถ่ายโอนในรูปของดิจิตอลเน็ตเวิร์ก นี่ก็เป็นเจเนอเรชันใหม่ ที่โลกรอมาเป็นเวลานานกว่า 25 ปี แบบนี้พอดูภาพออกใช่ไหม มันเป็นภาพใหญ่ เรากำลังมองว่าอุปกรณ์ทุกตัวสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้หมด ไม่ว่าจะเป็น USB, FireWire, Thunderbolt ที่รองรับระบบของ Dante Via สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ ดังนั้นสัญญาณเสียงสามารถเชื่อม โยง และกระจายข้อมูลผ่านระบบเน็ตเวิร์กจากจุดสู่จุดหรือกระจายไปทุกจุด ซึ่งมันจะเปลี่ยนโฉมการทำงาน และการทำให้ระบบมีขนาดใหญ่ขึ้น ภายใต้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ตัว และนี่ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่จะเปิดเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ ที่เป็นฐานมีเดียและมีอุปกรณ์รองรับจำนวนมากทั่วทุกมุมโลก

           บริษัทที่ทำอุปกรณ์อาจจะไม่เข้าใจ ว่าทำไมจะต้องเป็น Dante Via แต่ถ้าพวกเขาเข้าใจคอนเซ็ปต์ของออดิโอเน็ตเวิร์ก ก็จะรู้ว่าระบบนี้กำลังจะเติบโตและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมันก็ถือเป็นโอกาสดีของระบบดิจิตอล แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ตลาดอะนาลอกเสียโอกาสเช่นกัน ตอน นี้ชัดเจนว่าเราจะทำอะนาลอกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว โลกกำลังเปลี่ยนไป เทคโนโลยีดิจิตอลวิ่งเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ ใครที่ออกตัวก่อนก็ได้ประโยชน์จากตรงนี้ ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นเรื่องของระบบเน็ตเวิร์กในอนาคต มันจะเชื่อมต่อทุกอย่างถึงกันหมด ดังนั้นถ้าวันนี้เราคิดจะเริ่มต้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ในตลาดผู้ใช้ เริ่มจากผู้เริ่มต้น พวกเขาอาจจะเริ่มจากระบบอะนาลอกแล้วขยับมาเป็นดิจิตอล ซึ่งพฤติกรรมของลูกค้าหรือผู้ใช้มิได้มีอะไรแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน พวกเขาเล่น Skype ส่งข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่างๆ บนระบบเน็ตเวิร์กของสมาร์ทโฟน ลองจินตนาการว่า ทุกวันนี้มีใครใช้โทรศัพท์ระบบอะนาลอกบ้าง เวลาโทรหากัน เวลาส่งข้อความถึงกัน หรือส่งรูปภาพ คลิปวิดีโอ ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้ระบบดิจิตอล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากแน่นอน และตอนนี้กำลังเริ่มเป็นแล้วนะ ทุกวันนี้ใครใช้โทรศัพท์อะนาลอกบ้าง คำตอบคือแทบไม่มี เดี๋ยวนี้ก็เป็นดิจิตอลกันหมดแล้วนะ มีใครสงสัยไหมครับว่า Dante Via คืออะไร... ระหว่างนี้ผู้ร่วมสัมมนาได้ถามว่า Dante Via บริการเป็นแพ็กเกจแบบไหน วิทยากร ตอบว่า เป็นซอฟต์แวร์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วมาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งรันได้ทั้งแมคฯและพีซี

        ส่วนคำถามที่ว่าสามารถใช้กับอุปกรณ์ USB มีอะไรบ้าง วิทยากรตอบว่า สามารถใช้กับทุกตัว แม้อุปกรณ์ที่เป็นไมโครโฟนแบบ USB ถ้าคุณนำมาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ คุณสามารถที่จะแชร์อุปกรณ์นั้น ผ่านระบบเน็ตเวิร์กได้ คุณก็จะทำให้ออดิโออินเทอร์เฟซนั้นวิ่งบนเน็ตเวิร์ก แทนที่จะวิ่งบนสาย USB กับคอมพิวเตอร์ที่มันถูกเชื่อมต่อเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ออดิโออินเทอร์เฟซของ Steinberg เป็นต้น คุณสามารถแชร์อุปกรณ์ไปบนเน็ตเวิร์กได้ทันที คือไม่ต้องไปหาตัวแปลงแล้วนะ เสียบเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ปุ๊บแปลงมาเป็นเน็ตเวิร์กให้เลย จบเลยนะตัว Dante Via เนี่ย พวกที่ใช้ Skype อะไรทำนองนี้สามารถแปลงสัญญาณได้หมด จากนั้นมีผู้ถามว่า Dante Via สามารถรันได้เฉพาะพีซีหรือว่ารันได้ทั้งแมคด้วย วิทยากรตอบว่า เขาทำมา 2 เวอร์ชัน ใช้รันทั้งแมคฯและพีซี จากนั้นมีผู้ถามว่า License ของ Dante Via กำหนดให้ใช้เฉพาะ 1 License ต่อ 1 พอร์ต USB หรือไม่ วิทยากรตอบว่า มันสามารถใช้ได้หมดภายใน 1 เครื่องจะต่อกี่พอร์ตก็ได้ ถ้าต้องการใช้ 2 เครื่อง 3 เครื่อง ผู้ใช้ต้องซื้อ License เพิ่มแค่นั้นเอง คือคอมพิวเตอร์มันจะมีหมายเลขประจำเครื่องทุกเครื่อง มันจะล็อกตามหมายเลขเครื่อง ก็เหมือน Nuendo หรือ Cubase ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เราใช้กัน

       มีผู้ถามต่อว่า สามารถใช้ได้สูงสุดกี่แชนเนล ในกรณีที่ใช้ Dante Via ส่งจากซาวด์การ์ดไปยังเน็ตเวิร์ก Dante วิทยากรตอบว่า 1 USB จะส่งได้ 2 แชนเนล ถ้ามีหลายๆ USB ก็ส่งได้หลายแชนเนล มีผู้ถามอีกว่า มีการจำกัดจำนวนอินพุตเท่าไหร่ วิทยากรตอบว่า ถ้าต่อ 8 USB จะวิ่งได้สูงสุดประมาณ 48 แชนเนล มันขึ้นอยู่สมรรถนะของเครื่องด้วย ก็คือคอมพิวเตอร์ที่เราใช้เนี่ย มันแรงแค่ไหนว่างั้น ไม่ว่าจะเป็นซีพียู แรมต่างๆ สเป็กมันสูงพอที่จะรองรับการทำงานในการรับส่งข้อมูลในปริมาณมากๆ ได้หรือเปล่า ซึ่งมันมีปัจจัยหลายอย่างปกติ ตัว USB 1 ช่องจะส่งได้ 2 แชนเนลอยู่แล้ว... ช่วงนี้เป็นการสลับตัววิทยากร คราวนี้เป็นทางฝั่งฮ่องกงชื่อคุณ Ben Wong (Sales Director) ขึ้น มาบรรยายต่อในเรื่องเทคนิคของ Dante Via พร้อมบรรยายต่อว่า... สำหรับซอฟต์แวร์ Dante Via สามารถเข้าไปดาวน์โหลดที่เว็ปไซต์ของออดิเนท ซึ่งสามารถนำมาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์แมคฯ บนระบบ OS Mac 10 หรือสูงกว่า หรือจะเป็นฝั่งพีซีก็สามารถใช้กับ Windows 7 หรือสูงกว่าเช่นกัน ตัว Dante Via มีตัวอย่างให้ทดลองดาวน์โหลดเพื่อนำมาใช้งาน ผ่าน URL คือ audinate.com/dantevia จากนั้นลิงค์เข้าไปหน้าของ Dante Via โดยปริยาย ซึ่งเวอร์ชันเต็มเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วัน (ใกล้ช่วงวันสัมมนา) แต่ก่อนหน้านั้นเปิดให้ดาวน์โหลดทดลองใช้มาก่อน ซึ่งเป็นเวอร์ชันทดลองใช้ 30 วัน

       สำหรับ Dante Via อย่างที่อธิบายไปแล้วว่า มันสามารถเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์ก คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงที่เป็นโปรดักซ์ด้านเสียงอย่างเช่น ออดิโออินเทอร์เฟซ เป็นต้น ซึ่งเป็นออดิโอสตรีมมิ่ง กล่าวคือเป็นระบบที่มีสัญญาณเสียงวิ่งผ่าน พวกนี้สามารถใช้ร่วมกับ Dante Via ได้หมด ดังนั้นผู้ใช้สามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ทางเสียง ทางดนตรี ที่รันอยู่บนคอมพิวเตอร์ได้ โดยอุปกรณ์เหล่านั้นอาจจะเป็น FireWire, USB, Thunderbolt อันนี้เป็นภาพที่ชัดเจนนะ ดูง่ายๆ ก็คือว่า ตัว Dante Via เป็นเหมือนสื่อกลาง ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำให้อุปกรณ์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านเสียงที่มีการเชื่อมต่อในรูปแบบต่างๆ รวมถึงซอฟต์แวร์ DAW ที่ใช้สำหรับบันทึกเสียงก็ตาม สามารถใช้งานร่วมกันได้โดยผ่าน Dante Via รวมถึงอะนาลอกที่เชื่อมต่อเข้ามารันบนเน็ตเวิร์กผ่านอินเทอร์เฟซตามที่กล่าวไป คือมันไม่ใช่แค่ว่าเมื่อก่อนเราใช้แค่ Dante ที่ใช้เชื่อม ต่อมิกเซอร์ร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ตอนนี้กลายเป็นว่าสามารถนำเอาคอมพิวเตอร์พ่วงเน็ตเวิร์กเข้าไปด้วย อย่างเช่น เรามีคอมพิวเตอร์สองเครื่องสามารถส่งสัญญาณเสียงถึงกัน รวมทั้งบอร์ดมิกเซอร์สามารถส่งสัญญาณผ่านเน็ตเวิร์กตัวนี้ได้ เพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกัน ที่สำคัญมันใช้งานดีขึ้นไปอีก ไม่ซับซ้อน เป็นต้นว่าเราตั้งคอมพิวเตอร์ให้เป็นเน็ตเวิร์ก Dante แล้วเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เป็น USB, FireWire ซึ่งลำโพง ไมค์ต่างๆ สามารถขยายเข้าไปสู่ระบบเน็ตเวิร์กได้หมดเลย

        สำหรับสเปกที่โชว์ในเว็ปไซต์เป็นตัวเลขที่ประกาศไปก่อนที่ซอฟต์แวร์จะเปิดตัว ซึ่งมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่อย่างหนึ่งที่เชื่อมั่นได้เลยว่า เมื่อเป็นระบบ Dante ระบบยังเป็น Auto Discovery ระบบจะทำงานโดยหาอุปกรณ์ต่างๆ ให้เราเอง รวมทั้งยังสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ที่รอง รับ Dante ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่คราวนี้สามารถพ่วงสัญญาณอะไรก็ตามที่เป็นเสียงเข้าไปอยู่ในระบบเน็ตเวิร์กได้ทั้งหมด นี่เป็นตัว อย่าง สมมติว่าเราต้องการนำสัญญาณของไมโครโฟนส่งผ่านเน็ตเวิร์ก Dante Via ไอเดียก็คือ เป็นการนำเอาสัญญาณจากไมค์ตัวนี้มาแปลงให้มันอยู่ในรูปของดิจิตอล โดยผ่านอินเทอร์เฟซแบบต่างๆ แล้วสัญญาณนั้นจะวิ่งผ่านคอมพิวเตอร์ของเรา จากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งวิ่งไปสู่คอม พิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง แล้วก็แปลงกลับมาเป็นสัญญาณจากที่หนึ่งสู่ลำโพงมอนิเตอร์ สนใจรายละเอียดอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปที่เว็ปไซต์ audinate หรือใน YouTube ก็มีรายละเอียดให้ศึกษาเช่นกัน อันนี้เป็นตัวอย่าง สมมติว่าเราอยากจะเล่นเพลง ในโปรแกรม iTunes สัญญาณเสียงมันสามารถวิ่งผ่าน Dante Via แล้ววิ่งผ่านส่วนที่เป็นแอมปลิฟายที่เป็นส่วนของ Dante ซึ่งในตัวอย่างจะเป็นการกำหนดเราท์ติ้งสัญญาณ มีคนถามว่า Dante Via หนึ่งตัวสามารถรันพีซีทั้งหมดได้กี่เครื่องต่อหนึ่งกรู๊ป วิทยากรกล่าวว่า Dante Via หนึ่งตัวรันบนคอมพิวเตอร์ได้หนึ่งเครื่อง ทางผู้ถามแย้งว่า ไม่ใช่ๆ ผมหมายถึงในระบบเน็ตเวิร์ก Dante Via สามารถรันคอมพิวเตอร์เพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกันได้สูงสุดกี่เครื่อง วิทยากรตอบว่า จากที่มีการทดสอบของเอ็นจิเนียร์และที่ฮ่องกง ลองทดสอบดูพบว่าสามารถเชื่อมต่อกันได้หลายเครื่อง ผู้เขียนถามว่า พอคอมพิวเตอร์จำนวนมากมันอยู่ด้วยกันขนาดใหญ่ ถ้าเกิดระบบมีปัญหาเขามีวิธีแทร็กกิ้งหาแต่ละเครื่องยังไง วิทยา กรตอบว่า โดยทั่วไปทางบริษัทจะมีแผนกรับเรื่อง และรับการรีพอร์ตปัญหาต่างๆ จากผู้ใช้ เพื่อใช้สำหรับในการแก้ปัญหาตัวซอฟต์แวร์ในเวอร์ชันต่อไป หรืออาจจะเปิดให้อัพเดตกัน ซึ่งผู้เขียนเข้าใจว่า ทางวิทยากรไม่เข้าใจคำถาม ทางคุณศักดิ์ชัย ได้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้ามีปัญหาในระบบเน็ตเวิร์ก Dante Via ตัวซอฟต์แวร์จะมี Doc book สำหรับเก็บรายละเอียดปัญหาที่เกิดขึ้น ตอนนี้มีปัญหาอะไร แล้วตัวซอฟต์แวร์จะให้เราส่งรีพอร์ตนั้นกลับไปหาทีมพัฒนา เพื่อที่เขาจะได้แก้ปัญหานั้น แต่ว่าส่วนใหญ่ที่เป็นระบบใหญ่ๆ และมีหลายๆ เครื่องเนี่ย เราจะใช้ซอฟต์แวร์คอนโทรลเลอร์ ที่เราใช้ในการเราท์ติ้งสัญญาณเสียง เราสามารถตรวจสอบเครื่องที่มีปัญหาได้ด้วย คือซอฟต์แวร์คอน โทรลเลอร์ มันไม่ได้ทำเฉพาะหน้าที่ควบคุม มันยังทำหน้าที่เป็นมอนิเตอร์ ตรวจสอบสถานะการทำงานอุปกรณ์อีกด้วย

         มีผู้ถามว่า ในเมืองไทยใครเป็นผู้ซัพพอร์ต Dante Via วิทยากรตอบว่า เราไง เราซัพพอร์ตในหลายๆ ประเทศทั้งฮ่องกง ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ผู้ถามท่านนั้นกล่าวว่า ไม่ใช่ยามาฮ่าเหรอ ทางคุณศักดิ์ชัยตอบว่า ทางยามาฮ่าก็เป็นพาร์ทเนอร์รายหนึ่งของออดิเนท ซึ่งอันนี้เป็นบริษัทออดิเนทนะครับ ไม่ใช่ของยามาฮ่า (ฮา) เราเป็นเพียงผู้ช่วยในการดำเนินการสัมมนาเท่านั้นเอง วิทยากรกล่าวว่า ยังไงก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว สำหรับ Dante Via มันไม่ใช่แค่จะเพลย์ iTunes ได้อย่างเดียว มันยังสามารถจัดรายการวิทยุผ่านเน็ตเวิร์กได้ด้วย อันนี้ก็สามารถกำหนดทิศทางเสียงที่จะออกไปด้วยวิธีเราท์ติ้ง สำหรับตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน เช่นเอาหูฟังไปเสียบกับคอมพิวเตอร์ สามารถฟังเสียงจากคอนโซลก็ได้ และยังมีตัวอย่างการดึงสัญญาณแอมเบี้ยนส์เข้ามา มีผู้ถามว่า มันสามารถเซตระดับความดังเอาต์พุตได้หรือไม่ วิทยากรตอบว่า ตัว Dante Via จะเป็นตัวส่งสัญญาณเท่านั้น ส่วนการปรับความดัง มิกซ์หรือบาลานซ์อะไรต่างๆ จะไม่เกี่ยวกัน ตัวนี้เหมือนเป็นซอฟต์แวร์ทรานสปอร์ต คือถ่ายโอนข้อมูลเสียงผ่านเน็ตเวิร์ก ก็คือเป็นการเอาข้อมูลเสียงเนี่ยมาเข้าสตรีมบนเน็ตเวิร์ก แต่อนาคตไม่แน่ อาจจะสามารถปรับพวกโวลุ่มหรือความดังต่างๆ ได้ นี่เป็นตัวอย่าง ว่า Dante Via สามารถส่งเสียงได้ จากนั้นทางวิทยากรทีมฮ่องกงได้กล่าวขอบคุณเพื่อจบในส่วนของเขา มีผู้ถามว่า Dante Via รองรับการเชื่อมต่อแบบไวเลสหรือไม่ วิทยากรตอบว่า ขณะนี้ Dante Via ยังไม่รองรับการเชื่อมแต่แบบ Wi-Fi หรือระบบเน็ตเวิร์กไร้สาย

         คุณศักดิ์ชัยอธิบายเสริมว่า เนื่องจากว่าข้อมูลที่มันวิ่งเป็นสัญญาณเสียงเนี่ย ระบบไวเลสทุกวันนี้มันยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีผู้สัมมนาท่านหนึ่งทวงคำถามว่า ทางวิทยากรยังไม่ได้ตอบคำถามเรื่องแบนวิดธ์ วิทยากรกล่าวว่า เนื่องจากว่าแบนวิดธ์ที่เราพูดถึง ภาพรวมของเน็ตเวิร์ก Dante จะเป็นช่วงบ่าย คงจะมาคุยเรื่องนี้กันอีกรอบหนึ่ง เรื่องการส่งข้อมูลต่างๆ แบนด์วิดธ์จะใช้แค่ไหนมันอยู่ที่เราจะส่งอะไรแค่ไหน ไม่ใช่เราลิมิตจากจุดเริ่มแรกเลย เนื่องจากมันจะไม่เหมือนระบบอื่นๆ เพราะมันเป็นระบบข้อมูล ข้อมูลมากกินพื้นที่มาก Unicast 4 แชนเนล 8 แชนเนลก็ประมาณ Multicast รายละเอียดตรงนี้จะพูดถึงแค่ Dante Via ส่วนเนื้อหาเชิงลึกจะมาเจาะกันในช่วงบ่าย เนื่องจากมันมีรายละเอียดเยอะ จะให้ดูกันในรอบบ่ายอีกที มีผู้ถามว่า Latency ของ Dante Via ประมาณเท่าไหร่ วิทยากรตอบว่า ประมาณ 10ms สำหรับการใช้งานตรงนี้ จริงๆ ตัวนี้มันจะคล้าย Dante Virtual Soundcard ซึ่งก็มีการเซต Latency ได้เหมือนกัน เดี๋ยวต้องไปดูรายละเอียดอีกที อย่างที่กล่าวไปแล้ว จริงๆ Dante Via มันคือการเอาสัญญาณเสียงต่างๆ มารวมกันส่งผ่านเน็ตเวิร์ก แต่การมิกซ์ความดัง ปรับแต่งเสียงต่างๆ มันจะอยู่ที่ต้นทาง กับปลายทางมากกว่า แต่ตัวคอนเซ็ปต์ซอฟต์แวร์เป็นการนำทุกอย่างมารวมกัน

         มีผู้ถามว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาระบบบนมือถือหรือไม่ วิทยากรตอบว่า ไม่ ตอนนี้เราทำเฉพาะพีซีและแมคฯเท่านั้น เป็นไอเดียที่ดี วิทยากรเล่นมุกขำๆ ว่า มันเป็นเรื่องเมื่อวาน (ฮา) ชัดเจนนะเรื่องที่ว่า ระหว่างเคเบิลกับไวเลสเนี่ย ยังไงเคเบิลก็ยังแข็งแรงกว่า เพราะไวเลสมีปัญหาเรื่อง Latency อีกเรื่องคือแบนวิดธ์ ส่วนไอเดียที่จะไปเชื่อมต่อกับมือถือเนี่ย ทางยามาฮ่าเขาทำออกมาชื่อ MusicCast แนะนำให้ไปดูนะครับ จากนั้นคุณศักดิ์ชัย ได้เล่นเกมตั้งคำถามให้ผู้เข้าสัมมนาตอบ เพื่อรับรางวัล ซึ่งแจกเสื้อที่ยามาฮ่าจัดเตรียมมา คำถามแรก Dante Via เราใช้ USB 1 พอร์ต ได้กี่แชนเนล มีผู้ตอบว่า 8 คำถามต่อมา รู้มั้ยครับว่าออดิเนทอยู่ประเทศไหน คำตอบคือประเทศออสเตรเลีย คำถามถัดไป พอจะรู้มั้ยครับว่า ตัวคอนโซลยามาฮ่าตัว CL5 มีอุปกรณ์ Dante ที่อยู่ในนั้นชื่อว่าอะไร มีคนตอบว่า Brooklyn II คำถามถัดไป มีใครทราบว่าระบบ Dante ใช้ความเร็วในการส่งข้อมูลสวิตช์ความเร็วเท่าไหร่ขึ้นไป คำตอบคือ 1 กิกะบิตขึ้นไป คำถามถัดไป ในอุตสาหกรรมดนตรีมีผู้ผลิตสินค้ารองรับ Dante จำนวนเท่าไหร่ มีผู้ตอบว่า 250 OEM ช่วงท้ายผู้สัมมนาถามว่า เวลาอัพเกรด License จะเสียเงินหรือไม่ ทางวิทยากรตอบว่า ไม่เสีย มันเป็นออโตเมติกอัพเกรด จากนั้นพิธีกรหญิงแจ้งว่า วันนี้จะมีการแจกของรางวัลชิ้นใหญ่ ก็คือเป็นลำโพงรุ่น PDX จำนวน 2 เครื่องด้วยกัน โดยให้ส่งแบบสอบถามเพื่อใช้เป็นชิ้นส่วนในการตัดเพื่อจับรางวัลแด่ผู้โชคดีที่เข้ามาสัมมนาในครั้งนี้ ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งในงานวันนั้น

         จากนั้นทางผู้จัดงานได้แนะนำสถานที่จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ก็เป็นอันจบเนื้อหาในช่วงเช้า เดี๋ยวรอติดตามว่าในช่วงบ่ายวันนั้นมีเนื้อหาอะไรบ้าง ระหว่างนี้ผู้เขียนก็ไปรับประทานอาหารเที่ยงกับพี่บอย อินคา และพี่ติ๊ด โสฬส พร้อมกับพูดคุยเรื่อง Dante Via อีกทั้งแลก เปลี่ยนสาระปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับระบบการบันทึกเสียง แล้วก็มีคำถามจากผู้ใช้ทางบ้าน รีเควสมาว่าอยากให้ Dante Via พัฒนาให้สามารถรับส่ง 1 พอร์ต USB ได้มากกว่า 2 แชนเนล

         ช่วงบ่ายคุณ Andy Cooper เป็นวิทยากรซึ่งเป็นหนึ่งในทีมจากยามาฮ่าลอนดอน (Manager Pro Audio Application Engineering) โดยจะบรรยายให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฟังเกี่ยวกับเน็ตเวิร์ก Dante ขั้นสูง บังเอิญคุณแอนดี้มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ พูดช้าๆ เนิบๆ ฟังง่ายดี ก็เหมาะกับบรรยากาศช่วงบ่ายที่ท้องตึง หนังตาหย่อน แต่ผู้เขียนไม่หลับนะ กลัวจะพลาดช่วงสำคัญไป คุณแอนดี้เริ่มบรรยายว่า ขอบคุณทุกๆ คนมาก ๆ สวัสดีตอนบ่าย ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่มาสัมมนาในวันนี้ ใครเคยมาช่วงเปิดตัวบอร์ด QL บ้าง ยกมือหน่อย แล้วบรรยายต่อว่า ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องการออกแบบระบบเน็ตเวิร์ก Dante ผมอยากจะแนะนำตัวเองสักเล็กน้อย ผมทำงานกับยามาฮ่ามาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว ผมทำหน้าที่เป็นสเปเชียลลิสต์เกี่ยวกับบอร์ดดิจิตอลมิกเซอร์ยามาฮ่า และระบบออดิโอเน็ตเวิร์ก ผมใช้งานระบบออดิโอเน็ตเวิร์กมาไม่น้อยกว่า 12 ปี วันนี้ผมจะมาแชร์ข้อมูลต่างๆ จากประสบการณ์ของผมเอง ซึ่งจะมีพวกทิปและเทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบเน็ตเวิร์ก Dante ในงานตัวเอง คุณศักดิ์ชัยกล่าวเสริมว่า สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจจะย่อให้ฟังง่ายๆ ส่วนคนที่เข้าใจแล้วก็ไม่เป็นไร คุณแอนดี้ เป็นผู้ที่ดูแลระบบออดิโอเน็ตเวิร์กของยามาฮ่า เข้ามาทำงานไม่น้อยกว่า 14 ปี เฉพาะจับเน็ตเวิร์ก Dante สัก 7 ปีผ่านมาแล้ว เรียกได้ว่าเค้าจะคุ้นเคยกับอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้พอสมควร ถ้ามีอะไรสงสัยก็สอบถามได้หลังจากที่พรีเซ้นต์ไป คุณแอนดี้บรรยายต่อว่า เดี๋ยวเรามาดูเอกสารประกอบการบรรยายครั้งนี้ไปด้วยกัน ซึ่งผมจะพูดเกี่ยวกับไอเดียการออกแบบระบบเน็ตเวิร์ก Dante จะได้ทราบว่ามันเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างไร โดยใช้สวิตช์และสายเคเบิล เราจะคุยกันถึงเรื่องการเซตอัพโดยใช้ซอฟต์แวร์ Dante และอื่นๆ...