แกะกล่องลองใช้ : Blue Hummingbird คอนเด็นเซอร์ไมค์

 เดชฤทธิ์ พลเยี่ยม


 “ รองรับระดับความดังสูงถึง 130dB ใช้กับกลอง กีตาร์ เครื่องสาย  

พร้อมปรับหัวไมค์ได้ 180 องศา ”

         Blue เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ผลิตไมโครโฟนคุณภาพสูง มืออาชีพต่างไว้วาง ใจ และรุ่นที่จะพาผู้อ่านไปรู้จักคือ Hummingbird เป็นคอนเด็นเซอร์ไมโครโฟน ซึ่งมีรูปทรงเป็นแท่งทรงกลมขนาดกระทัดรัด โดยมีส่วนประกอบสำ คัญคือโครงสร้างเป็นแบบเดียวกับ B1 โดยแคปซูลเป็นคาปาซิเตอร์แบบคาร์ดิออยด์ และมีภาคปรีแอมป์เป็นโซลิดสเตตทั้งหมด ไมค์รุ่นนี้ความสามารถทางกาย ภาพสามารถปรับองศาการรับเสียงได้ถึง 180 องศา นั่นย่อมหมายถึง ผู้ใช้สามารถวางตำแหน่งไมค์ได้อย่างอิสระ และขณะเดียวกันก็สามารถปรับตำแหน่งรับเสียงได้ตามต้องการ ซึ่งสามารถวางเพื่อจับเสียงของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ไปจนถึงรอบๆ พวกฉาบแฉทองเหลืองของกลอง นอกจากHummingbirdจะมีขนาดกระทัดรัดแล้วตัวบอดี้ยังมีรูปร่างเป็นทรงกลม ส่วนหัวไมค์จะคล้ายๆ ลูกตุ้มกลมๆ โดยมีเหล็กยื่นออกมาจากตัวบอดี้ เพื่อให้หัวไมค์ปรับตำแหน่งได้ 180 องศา ช่างเป็นไอเดียที่บรร เจิดจริงๆ การดีไซน์ไมค์ตัวนี้ตอบโจทย์ทั้งส่วนของการทำงานไลฟ์ซาวด์และในสตู ดิโอ ขนาดหัวไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไปเพียงแค่ 27-36 mm เท่านั้น แคปซูลจะอยู่ในตัวบอดี้ไมค์ ซึ่งมีขนาดยาวจากหัวถึงส่วนล่างสุดประมาณ 170mm เอาต์พุตจะเชื่อมต่อกับปลั๊ก XLR บาลานซ์ รองรับไฟแพนทอมเพาเวอร์ขนาด 48 โวลต์ ทางผู้ ผลิตการันตีว่าสามารถรับสัญญาณที่พุ่งขึ้นสูงๆ แบบรวดเร็วได้หรือ Fast Tran sient พร้อมกับรองรับระดับความดังสูงถึง 130dB สำหรับการนำไปใช้งานนั้น Hummingbird เหมาะที่จะใช้กับอุปกรณ์เครื่องดนตรีที่เป็นอะคูสติก ไล่ตั้งแต่เปียโนและอะคูสติกกีตาร์ จนถึงตำแหน่งโอเวอร์เฮดของไมค์ อย่างไรก็ดีสามารถที่จะใช้กับเสียงร้องหลัก หรือเสียงประสานเสียงก็ได้ และค่าความคลาดเคลื่อน +/-2dB ผู้ใช้ยังสามารถติดตั้งในลักษณะเป็นสเตอริโอไมค์ได้เช่นกัน ซึ่งเรียกว่าสามารถใช้กับอุปกรณ์ได้หลากหลายประเภทมาก

        การติดตั้งไมค์ไม่มีอะไรยุ่งยาก ว่าไปแล้วเหมือนไดนามิกธรรมดา พอแกะกล่องแล้วจะพบเคสซึ่งมีโฟมรองรับการกระแทก พร้อมกับก้านจับไมค์ ที่สามารถหมุนเกลียวเข้าไปที่ขาไมค์ทุกแบบ อย่างไรก็ดี ในทางเทคนิคไมค์ตัวนี้รองรับย่านความถี่เสียงได้ตั้งแต่ 20Hz ถึง 20kHz โดยความไวปกติจะอยู่ที่ 15mV/Pa ที่ 1kHz และไดนามิกเรนจ์อยู่ที่ 129.5dB ส่วนการตอบสนองความถี่ต่อน้อยส์เท่ากับ 8.5dB (A–weighted) ดูจากกราฟสเปกแล้วมีความสมูธ และจะมีการฮัมอยู่ในช่วงความถี่ประมาณ 3.5kHz และย่าน 10kHz แต่ทั้งหมดจะมีส่วนต่างแค่ 2-3dB ย่าน Low end สามารถฟิกซ์ roll-off ได้ต่ำกว่า 100Hz กรณีที่ใช้กับเสียงผู้ชาย โดยจะมีสวิตช์ปรับ low-cut ฟิลเตอร์ให้ แต่ไม่มีสวิตช์ pad ที่ใช้ลดระดับเกนที่เข้ามา

ทดสอบการใช้งาน

         อุปกรณ์แรกที่ผู้เขียนทดสอบใช้งานคืออะคูสติกกีตาร์หรือกีตาร์โปร่ง โดยใช้หัวไมค์จับเสียงจากปล่องเสียง เพื่อทดสอบความไวในการจับเสียงที่มีการพุ่งขึ้นแรงๆ ในขณะใดขณะหนึ่ง ในมุมองศาสูงๆ พบว่าเสียงเคลียร์มาก ซาวด์ออกมาดีเยี่ยม ซึ่งให้ความสดและเปิด โดยที่ย่าน low-mid ไม่ดร็อปเลย ซึ่งจะพบบ่อยกับไมค์บางรุ่น ทีนี้ลองเลื่อนไปที่จุดยอดนิยมคือแถวๆ เฟล็ท 12 พบว่าจับเสียงได้ดี และลดเสียงย่าน low แต่เสียงกลางแหลมกลับชัดขึ้น ซึ่งทำให้มั่นใจว่าไมค์ตัวนี้มีความ Flat ชนิดที่ไม่ต้องทำ Flat-Respond เลย ตรงนี้ผู้เขียนคาดว่าการฟิกซ์ย่าน LF อาจจะทำให้เสียงย่าน Low ไม่เข้ามาเต็มๆ แต่นั่นต้องขึ้นอยู่กับว่างานชิ้นนั้นใช้ร่วมกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นหรือไม่ ถ้ามีเฉพาะกีตาร์โปร่งตัวเดียวก็ไม่ต้องคัต แต่หากใช้มิกซ์ร่วมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นจำเป็นต้อง LF ออกไป เพื่อไม่ให้ย่านความถี่ต่ำไปกวนกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆ ที่มีย่านความถี่ต่ำออกมาในปริมาณมากเช่นกีตาร์เบสเป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถใช้ EQ บูสต์หรือคัตได้ ทั้งเกนและย่านความถี่ที่ไม่ต้องการ เพื่อให้เกิดโทนัลบาลานซ์ตามที่ต้องการ จะเห็นว่าจุดแข็งของไมค์ตัวนี้ทำให้ทำงานไม่ยาก แม้ว่าย่านความถี่สูงจะเคลียร์และออกมาดี แต่ที่มากกว่านั้นคือความสมูธของเสียง ซึ่งย่านความถี่กลางจะขาดความอุ่นของดนตรี ผลของที่มันมีโทนสว่างจัดๆ

          ความสามารถโดยรวมของไมค์ในการเก็บรายละเอียดเสียง ถือว่าทำได้ดี คือได้เสียงที่สมจริง ผู้เขียนพยายามวางไมค์ในแบบต่างๆ เพื่อหาจุด sweet spot ของเครื่องดนตรีที่นำมาลองจับเสียง ผู้ใช้สามารถเลือกวางไมค์ได้หลากหลายแบบ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเลื่อนขาตั้งไมค์ เพียงแค่หมุนหัวของไมค์ไปตามทิศทางของเสียงที่จะเข้ามาที่หัวไมค์ ตรงนี้เองทำให้ปรับแต่งใช้กับกลองได้อย่างคล่องตัว ผู้เขียนลองใช้กับเพอร์คัชชัน แล้วลองบันทึกเสียงเข้าไป พบว่าเสียงการเคาะหัวและหางเสียงเก็บได้ครบ แม้แต่การครางสั่นของหางเสียงเครื่องเคาะก็เก็บได้ครบถ้วน ทำให้เห็นว่าพวกโทนเสียงที่มีลักษณะเป็น transient เก็บได้ดีทีเดียว ซึ่งปกติจะเป็นเรื่องปราบเซียน หรืองานหินของไมค์เลยทีเดียว และกระทั่งการอัดโทนที่ต้องใช้ความลึกๆ สำหรับงานเมทัล ที่ต้องเก็บหางเสียงของ rim shot ที่ตีแล้วใช้มือจับเร็วๆ เพื่อให้เสียงฉาบเงียบเร็วๆ ก็ทำได้ดี สำหรับกีตาร์นั้น ซาวด์มันมีความชัดลึก ได้มิติ แม้จะวางในระยะหลายร้อยมิลลิเมตรก็ตาม เรื่องความลึกของเสียงต่ำก็มีเยอะ ซึ่งเมื่อเทียบกับไมค์ราคาเกรดเดียว กันจะเห็นว่า Hummingbird ตอบโจทย์ได้ดีกว่าการวางไมค์ในตำแหน่งระยะห่างกลองออกไป ซึ่งไม่ได้ติดกับบอดี้ของกลองนัก สามารถปรับหัวไมค์ได้ ซึ่งปัญหานี้อาจจะแก้ไขไม่ยากถ้าเป็นคอนเด็นเซอร์ทั่วไป ที่มักจะบอบบางและไม่ค่อยนิยมใช้กับกลองนัก แต่รับประกันเลยว่าHummingbird รองรับความดัง SPL ได้สูงจริงๆ ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าคอนเด็นเซอร์เป็นไมค์ที่บอบบาง รับการกระแทกหนักหน่วงไม่ค่อยได้ แต่ว่าวันนี้ขอทีต้องเปลี่ยนความคิดนั้นใหม่เสียแล้ว นอกจากการจ่อไปที่ตัวหน้ากลองแล้ว ยังสามารถใช้เป็นไมค์โอเวอร์เฮด ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งวางห่างกลองเท่าไหร่ก็จะเก็บโทนเสียงของกลองได้ดียิ่งขึ้น เท่าที่ทดสอบไม่พบปัญหาอะไรที่กวนใจ แม้ว่าจะนำ Hummingbird ไปใช้กับเสียงร้อง หรือใช้กับป๊อปฟิลเตอร์ ก็ใช้งานได้ดี ให้โทนเสียงที่อุ่น สามารถอัดเสียงออกมาแล้วเนื้อเสียงมีความอิ่ม จากสเปกแล้วสามารถอัดพวกทรัมเป็ทหรือพวก choir หรือ ensemble ในแบบสเตอริโอได้เลย

          โดยภาพรวมแล้ว Hummingbird สามารถทำงานได้ดี ในราคาเบาๆ จากไมค์รูปทรงดินสอ (pencil) พร้อมมีการดีไซน์หัวไมค์ที่แปลกออก ไป ในงบเดียวกันอาจจะหาไมค์ดีๆ แบบนี้ยากหน่อย เพราะอย่าลืมว่า Hummingbird มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโฟกัสเสียงได้ดีกว่า ยอมรับว่าเป็นไฮ-เอ็นด์ตัวหนึ่งที่จัดเป็น small ไดอะแฟรมที่น่าลอง

          การใช้งานกับกีตาร์โปร่ง แนะนำให้วางตำแหน่งระหว่างเฟร็ต 12 กับปล่องเสียงของตัวกีตาร์ จะได้โทนเสียงที่ดี ผู้ใช้สามารถหมุนหัวไมค์ให้รับเสียงจากกลองสแนร์ เพื่อรับซาวด์จากตรงกลางตัวกลอง จะทำให้ได้ซาวด์ที่สมบูรณ์แบบ หรือจะทำเป็นคู่สเตอริโอซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกลองชุดและเปียโน ตัวแคปซูลถูกจูนเป็นคาร์ดิออยด์แบบเดียวกับ Blue B1 ซึ่งสามารถนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ทุกประเภท แม้โทนเสียงที่มีความเร็วสูงๆ โดยยังคงเก็บโทนเสียงเหล่านั้นได้ครบถ้วน Hummingbird สามารถใช้กับกลอง กีตาร์ และเครื่องสายอื่นๆ จำนวนมาก แม้ตัวบอดี้จะอยู่ตำแหน่ง off-axis ก็เก็บเสียงได้เช่นกัน ในส่วนข้อมูลอื่นๆ ตัว Hummingbird ให้เอาต์พุตอิมพีแดนซ์เท่ากับ 50W ส่วนโหลดอิมพีแดนซ์น้อยกว่า 1kW มีน้ำหนักประมาณ 212g ขนาดอุปกรณ์ 170mmx27x27 หรือ 6.7” X 1.1” X 1.1” ในกล่องจะแถมก้านจับไมค์พร้อมเคสเก็บไมค์

สนใจสอบถามรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่ บริษัท โปร อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด

โทร.0-2983-7478, 0-2511-0334 หรือสั่งซื้อได้ทางเว็ปไซต์ proplugin.com หรือตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน