Samson : G-Track Pro จบทุกอย่างด้วยไมค์ตัวเดียว

                                                                                                           หากเป็นไมค์อย่างเดียวคงไม่อินเทรนด์กับยุค Youtuber

                                                                                     ยุคที่ผู้คนชอบไลฟ์สดเพื่อขายของ หรือสื่อสารกับแฟนคลับหรือเพื่อนฝูง มันต้องบันทึกเสียงได้    

 

จริงหรือที่เราจะจบงานด้วยไมค์ตัวเดียว... มั่วหรือเปล่า...??... ลองมาดูกัน... ในการบันทึกเสียงโดยทั่วไป ปกติถ้าเป็นสมัยก่อนต้องใช้อุปกรณ์จำนวนหลายรายการ กว่าจะเซตอัพระบบได้ลงตัว... แม่คุณเอ้ย...!! มีงบหมื่นนึงไม่ต้องมาคุยเลย เช่นต้องมีไมค์ ต้องมีออดิโออินเทอร์เฟซ ถ้าต้องการเสียงที่ดีหน่อยก็จำเป็นต้องมีไมค์ปรีด้านนอก... แต่คราวนี้ค่าย Samson ผู้ผลิตสินค้าโปรออดิโอจากอเมริกา ได้นำเสนอไมค์รุ่นใหม่ชื่อว่า G-Track Pro เกรดระดับมืออาชีพ เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องพะวงกับเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ เพียงแค่มีเจ้าตัว G-Track Pro ก็สามารถเริ่มทำงานได้แบบมืออาชีพ ด้วยการเชื่อมต่อผ่านสาย USB แสนจะง่าย เพียงแค่เชื่อมต่อสัญญาณจากเครื่องดนตรีเข้าไปที่อินพุตของไมค์ตัวนี้ และสัญญาณจะถูกมิกซ์ให้เข้ากับไมค์ แต่ในการบันทึกจะแยกแทร็กอยู่กันคนละแชนเนลในคราวเดียว อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ สัญญาณที่เข้าฝั่งไมค์ก็อยู่แชนเนลนึง ส่วนสัญญาณจากไลน์อินพุตก็อยู่อีกแชนเนลนึง แต่เราจะได้ยินเสียงพร้อมๆ กัน หากว่าสัญญาณทั้งสองแชนเนลถูกส่งเข้ามาพร้อมกัน ไมค์ตัวนี้สามารถบันทึกเสียงได้ความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 24-bit/96kHz เรียกได้ว่าด้วยงานเรคอร์ดใดๆ ก็ตาม มันสามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน สิ่งที่ลืมไม่ได้คือ การเชื่อมต่อก็แสนจะง่าย เป็นระบบ Plug-and-Play คือเชื่อมต่อปุ๊บเล่นได้เลย ฉะนั้น G-Track Pro ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อนักดนตรี คนจัดรายการสดผ่าน Youtube, Facebook Live หรือระบบสตรีมมิ่งอื่นๆ


 

เจาะลึกตัวไมค์

ส่วนประกอบสำคัญอย่างแรกที่จะกล่าวคือ ตัวไดอะแฟรมเป็นชนิด Large-diaphragm โดยทั่วไปจะนิยมใช้ในการเรคอร์ดเสียงร้องเพราะจะได้เสียงร้องที่พุ่งมาอยู่ด้านหน้า ช่วยให้เสียงร้องลอยเด่นอย่างที่ควรจะเป็น ไมค์แบบ LDC จะเก็บรายละเอียดย่านความถี่ต่ำได้ดี รักษาความอ้วนหนาจากอุปกรณ์หรือเสียงร้องได้ดี และไมค์รุ่นนี้มีปิ๊กอัพหลายแพทเทิร์นให้เลือก อาทิแพทเทิร์น cardioid, omni-directional และ bi-directional แต่ละแบบก็จะเหมาะกับงานบันทึกเสียงต่างกันไป อย่างแพทเทิร์นคาร์ดิออยด์ (cardioid) เป็นปิ๊กอัพแพทเทิร์นที่ธรรมดา พบได้ทั่วไป เป็นปิ๊กอัพที่มีแพทเทิร์นการรับเสียงรูปทรงคล้ายรูปหัวใจ ตำแหน่งรับเสียงจะอยู่ด้านบน (Top address) จุดเด่นคือจะกันเสียงด้านหลังไม่ให้เข้ามา ไมค์ที่ใช้สำหรับงานไลฟ์ซาวด์ส่วนใหญ่จะเป็นแพทเทิร์นคาร์ดิออยด์ เพราะด้วยจุดเด่นของแพทเทิร์นไมค์ชนิดนี้ มันจะไม่ให้สัญญาณฝั่งด้านลำโพงมอนิเตอร์รั่วเข้ามา และถือเป็นการลดปัญหาฟีดแบ็กไปในตัวอีกด้วย หรือจะเลือกใช้แพทเทิร์นออมนิไดเร็กชันนัล (omni-directional) ก็เจ๋งดีคือจะช่วยลดปัญหา proximity เอฟเฟ็กต์ อีกทั้งถือเป็นแพทเทิร์นเดียวที่รับเสียงได้จากทุกทิศทาง สามารถรับเสียงจากสภาพแวดล้อมนั้นๆ ได้ครบถ้วน ให้เสียงที่อ้วนตอบสนองความถี่ดี พบบ่อยในไมค์ Reference ที่ใช้สำหรับการ Measurement เพราะจำเป็นต้องใช้แพทเทิร์นนี้ และไมค์อีกชนิดคือ ลาวาเลียร์ (lavalier) ก็เป็นออมนิไดเร็กชันนัลเช่นกัน เหมาะสำหรับการนำไปวางกลางวงสนทนา หรือการเรคอร์ดแอมเบี้ยนส์เพื่อใช้งานดนตรี งานซาวด์ดีไซน์ก็ไม่มีปัญหา และแพทเทิร์นสุดท้ายไบไดเร็กชันนัล (bi-directional) เป็นแพทเทิร์นที่ใช้รับเสียงจากด้านหน้าและด้าน หลัง โดยจะกันเสียงด้านข้างไม่ให้เข้ามา ส่วนใหญ่แพทเทิร์นนี้จะอยู่บนริบบอนไมโครโฟน งานนี้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแน่นอน เนื่องจาก G-Track Pro ถือเป็นไมค์ที่มีความยืดหยุ่นสามารถใช้ได้กับสารพัดโปรเจ็กต์ ครอบคลุมการทำงานทุกรูปแบบ ด้านหน้าจะมี Gain ควบคุมสัญญาณขาเข้า ดังนั้นในขณะใช้งาน สามารถควบคุมสัญญาณตรงบนไมค์ได้เลย ทำงานคนเดียวได้สบาย ไม่ต้องเอื้อมไปปรับไกลๆ

ออดิโออินเทอร์เฟซ

เดี๋ยวนี้เป็นไมค์อย่างเดียวไม่อินเทรนด์กับยุค Youtuber ยุคที่ผู้คนชอบไลฟ์สดเพื่อขายของ หรือสื่อสารกับแฟนคลับหรือเพื่อนฝูง มันต้องบันทึกเสียงได้ บนตัว G-Track Pro มีช่องสำหรับต่อกับแจ็คขนาด 1/4 นิ้ว ซึ่งจะอยู่ด้านหลัง สามารถนำสัญญาณจากกีตาร์ไฟฟ้าหรือกีตาร์เบส คีย์บอร์ดหรือสัญญาณจากแหล่งอื่นๆ มาเข้าจุดนี้ได้เลย การจะร้องรำทำเพลงก็ไม่ยาก เล่นกีตาร์ไป ร้องไป สัญญาณเก็บไว้ได้ครบถ้วนในคราวเดียว ทำให้เราสามารถส่งสัญญาณผ่านระบบ podcast และยังสามารถเป็นซับมิกซ์ในการบันทึกเสียงได้ สามารถตั้งเป็น Mono แทร็กคืออัดเข้าไปด้วยกัน หรือจะอัดแยกเป็น 2 แทร็กเพื่อใช้งาน post-production ก็ได้


เป็นมิกเซอร์ขนาดจิ๋ว

ถ้าเป็นระบบการเรคอร์ดเสียงแบบเก่า เราต้องมีไมค์ ต้องมีมิกเซอร์ มีออดิโออินเทอร์เฟซ ใช้ซาวด์การ์ดบนคอมพิวเตอร์เสียงก็ไม่โปรฯ ใช่ไหมล่ะ... G-Track ได้รวมฟังก์ชันต่างๆ เหล่านี้ไว้บนอุปกรณ์ตัวเดียว มีมิกเซอร์และสามารถควบคุมแยกกันอิสระ กล่าวคือสัญญาณจากไมค์อยากได้เบาดังเท่าไหร่เราก็ปรับไป ขณะเดียวกันสัญญาณจากเครื่องดนตรีเราก็ปรับได้อิสระเช่นกัน และยังมีช่องต่อกับหูฟังเป็นสเตอริโอ 1/8 นิ้วให้เสียงคุณภาพดี เสมือนเป็นแอมป์ของหูฟัง สามารถปรับเร่งความดังเบาได้ด้วย ระบบมอนิเตอริ่งเป็น zero-latency ซึ่งมาพร้อมกับ direct monitoring ลืมปัญหาเรื่องการหน่วงของเสียงในขณะบันทึกไปเลย นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ปุ่ม Mute กดปุ่มนี้จะทำให้สัญญาณอินพุตเงียบ (หากต้องการ) ทาง Samson คงทำมาเพื่อให้คนทำ podcast และบรรดาเซียน cast game ทั้งหลาย... สรุปองค์ประกอบของไมค์ตัวนี้ ด้านบนสุดจะมีสวิตช์เลือกแพทเทิร์นมี 3 แบบ และสวิตช์เลือกชนิดแทร็กที่จะเรคอร์ดมี 2 แบบ Mono/2 Track… ถัดลงมาเป็นปุ่ม Mute ซึ่งทำหน้าที่เป็นมาสเตอร์ Mute นะครับ คือปิดทุกอย่างเงียบสนิท... ถัดลงมาเป็นลูกบิดของสัญญาณ Gain อินพุตไมค์... ถัดลงมาเป็นลูกบิดคุม Gain อินพุตของไลน์อินพุต และล่างสุดเป็นลูกบิดโวลุ่มคุมเสียงดังเบาของหูฟัง

ซื้อเลย

G-Track Pro ออกแบบรูปทรงได้โดดเด่น เท่ห์จริงๆ สีดำทะมึน ดูขลัง เป็นไมค์ที่สามารถมาวางบนโต๊ะแล้วเราก็พูดไปเรื่อยๆ ใช้เป็นไมค์รีวิวสินค้า หรือไมค์ Cover เพลงกับบันทึกเสียงจากเครื่องดนตรีชิ้นโปรดของเราได้ดีเยี่ยม ลืมบอกไปด้านล่างตัวไมค์ จะมีช่องสำหรับต่อกับพอร์ต USB… 

ข้อมูลทางเทคนิค...

u มีแพทเทิร์น 3 ชนิดคือ Cardioid (uni-directional), bi-directional, omni-directional

u แคปซูลเป็นแบบ Dual Back อิเล็กเต็ดคอนเดนเซอร์

u ขนาด Diaphragm : 25mm/3 microns

u ตอบสนองต่อย่านความถี่ : 50Hz–20kHz

u ระดับความไว : +6dB FS/PA (ทุกแพทเทิร์น) รองรับ Sample Rate 96kHz

u เอาต์พุตดิจิตอล : USB, เอาต์พุตหูฟัง : 1/8" (3.5mm), ไลน์อินพุต : 1/4"

              สนใจรายละเอียดอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ธีระมิวสิค จำกัด 77/55 ถ.บรมราชชนนี (ใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้า) โทร.02-424-8988, 02-424-9959 เว็บไซต์ www.theeramusic.com... 

ผู้เขียน : เดชฤทธิ์ พลเยี่ยม แฟนเพจ : facebook.com/bobbysound88